วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คำว่า ข่าวลือ แปลเป็น ภาษาอังกฤษ ว่าอะไร โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

สงสารเจนนี่ นะ เป็นคนของประชาชนต้องทำใจ สู้ๆนะคร้าบ 
ขอบคุณภาพจาก http://women.kapook.com/view93971.html

ช่วงนี้มีข่าวลือ ข่าวเด็ด ข่าวมโน กันเยอะ  ครุโอ๊ตเลยอยากเขียนบทความเกี่ยวกับ ศัพท์ที่ใช้เกี่ยวกับ ข่าวลือ กันหน่อย

คำว่า "ข่าวลือ" "ข่าวเม้า" นั้น ภาษาอังกฤษ เราพูดว่า rumor or rumour /ˈruːmə/ อ่านว่า ลูเมอะ
แปลง่ายๆว่า เรื่องที่ถูกกล่าวอ้างและพูดต่อๆกันโดยที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง พูดง่ายๆ ก็คือ ข่าวลือ นั่นเอง
เช่น 

I just heard a rumor that Jennie and Ae have already broken up. (They've already split up.) 
ฉันเพิ่งได้ยินข่าวลือว่า เจนนี่ กับ เอ๋ เค้าเลิกกัน/แยกทางกันแล้ว

หรือ สำนวน Romour has it แปลว่า ได้ยินเขาบอกกันว่า (ใช้ในแง่ที่ว่า ไม่ใช่ฉันคนเดียวนะที่ได้ยิน คนอื่นก็ได้ยินข่าวนี้มาด้วย) 

เช่น Rumour has it Mike has just had  a new born baby boy. 
ได้ยินเขาบอกมาว่า ไมค์เพิ่งได้ลูกชาย นะ

http://www.youtube.com/watch?v=dxPmHJDKO_c

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งคำที่ครูโอ๊ต อยากจะนำเสนอ เป็นคำภาษาอังกฤษที่ ค่อนข้างไฮโซ เพราะไม่ค่อยมีคนไทยใช้เท่าไหร แต่เราควรรู้ไว้  คำนั้นก็คือ คำว่า Propaganda 

Propaganda /prɒpəˈgandə/ อ่านว่า พร๊อพเพอะ เก็นเด่อะ (เน้นเสียงหนักตรงคำว่า gan) แปลว่า
ข่าวลือที่มักจะไม่เป็นความจริง โดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับทำลายชื่อเสียงหรือเครดิตของคนหรือองค์กรนั้นๆ ซึ่งในประเทศอเมริกา เค้าใช้คำนี้กันเยอะในช่วงการเลือกตั้ง ที่มีข่าวลือต่างๆที่ทำให้คู่สมัครฝ่ายตรงข้ามดูไม่ดี และหวังทำลายฐานเสียงของอีกฝ่ายหนึ่ง ในทางตรงกันข้าม คำ่า propaganda นี้ ถ้าจะสร้างขึ้นและใช้กับตัวเอง ยังหมายถึง การสร้างข่าวให้ตัวเองดูดีได้อีกด้วย (ทั้งๆที่จริงๆแล้วไม่ดี)
คำคำนี้ มีความหมายในเชิงลบ นะครับ (It has a bad connotation)

นอกจากนี้ ยังมีสำนวนเกี่ยวกับข่าวลืออีก 

 I heard something (it) through the grapevine.  (ฉันได้ยินข่าวลือมานะว่า ....) ฝรั่ง เค้าคงปลูกไร่องุ่นเยอะมั้งครับ ครูโอ๊ตสันนิฐานว่า เถาวัลย์องุ่น มันยาว และเลื้อย ดังนั้น เถาวัลย์องุ่นจึงอาจได้ยินคนอื่นพูดต่อๆกันมาและข่าวนั้นก็เลยเลื้อยเข้ามาถึงหูเรานั่นเอง

สำนวนนี้ เป็นการเริ่มต้นการนินทา (gossip) อะไรกับเพื่อนๆครับ 

โอโห วันนี้ได้ไปหลายคำเลย rumor, propaganda, heard it through the grapevine and gossip

ได้ข่าวว่า เยอะเลยนะครับ :)

จาก ครูโอ๊ต


  

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Get lost แปลว่า ไปให้พ้น โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

เวลาเราอยากจะไล่ใครให้ไปพ้นๆหน้า อย่ามายียวนกวนประสาท เราสามารถบอกได้ว่า "Get lost!" = Go away, leave me alone!

เช่น Got lost, man! You are annoying me.
ไปไกลๆเลย....อย่ามากวนฉันนะ


หรือพวกโรคจิต ถ้าโทรมาบ่อยๆเราพูดได้ว่า 
If that guy calls me again, tell him to get lost!

นอกจากนี้ Get lost ยังแปลว่า หลงทาง ได้อีกด้วยนะคร้าบ
I got lost in the city, could you tell me where is the closest shopping mall around here?

Kru Oat 

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เหม็นขี้หน้า ไม่ชอบขี้หน้า ภาษาอังกฤษ พูดว่าอะไร? โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

วันนี้ได้รับข้อความจาก นักเรียน ถามว่า "ครูโอ๊ตคะ ถ้าหนูจะพูดว่า หนูไม่ชอบขี้หน้า เหม็นหน้านายคนนี้ ไม่อยากเจอ ประมาณเนี้ย หนูจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรคะ"

โอ้โห สวยเลือกได้จริงๆหนู นี่คงเป็นเพราะผู้ชายหน้าตา ไม่เข้าเกณฑ์หนู หนูถึงได้เชิดใส่เขาอย่างนี้

เอาละ ถามมาก็ตอบเลยครับ

สำนวนที่ฝรั่งชอบใช้เวลาไม่ค่อยชอบขี้หน้าใครนั้น เราพูดได้หลายแบบ อย่างเช่น

"I just don't like a look of him!"  แปลว่า ฉันไม่ค่อยชอบหน้านายคนนั้นเลย

หรือเราจะพูดอีกอย่างว่า ไม่อยากจะเจอเลย (เพราะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม รวมทั้งไม่ชอบหน้าเขาด้วย)

" He looks kidda dodgy to me! " แปลว่า เขาไม่ค่อยจะน่าคบน่าเจอเลยนะ

คำว่า dodgy (อ่านว่า ดอจจี้) มีหลายความหมายมากๆเลย เป็นแสลง แปลว่า น่าเกลียด แย่ อุบาทว์ ถ้าเป็นคน ก็จะเป็นคนแปลก ไม่ค่อยน่าไว้ใจ ก็ได้

คำว่า Dodge เป็น กริยา แปลว่า to avoid someone or something by a sudden quick movement (oxforddictionaries.com) หรือ หลบหลีกอย่างฉับไว เช่น

I dodge a ball. ฉันหลบลูกบอล
I dodge a bullet. ฉันหลบกระสุน

ส่วนถ้าเหม็นขี้หน้านายนั้นมากๆ เราสามารถใช้คำว่า dislike ได้เลยครับ อันนี้แสดงว่า ไม่ชอบเขาอย่างรุนแรง เช่น I dislike that man over there! ฉันไม่ชอบเจ้างั่งคนนั้นเลย ก็พอจะเข้าข่าย เหม็นขี้หน้าได้ครับ

ให้ไว้หลากหลายสำหรับเลือกใช้นะครับ

แล้วเจอกันใหม่คราวหน้า แต่อย่าเพิ่งเหม็นหน้าครูโอ๊ตเสียก่อนนะคร้าบบบ

จุ๊บๆ
ครูโอ๊ต :)


วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

English with Drama: Natural Approach by Kru Oat, Kru Kim and Kru Eve









Congratulations! ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับกับน้องๆโรงเรียน เทศบาลนครนนท์วิทยา 1 (วัดท้ายเมือง)  สำหรับรางวัลเหรียญทองยอดเยี่ยม จากการประกวด ละครภาษาอังกฤษ ชนะเลิศระดับภาค ในงานการแข่งขันทักษะวิชาการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ภาคกลาง)ครั้งที่ 10/2557 ที่หัวหิน

ครูโอ๊ต ครูคิมและครูอีฟ ได้มีโอกาสในการฝึกสอนน้องๆทางด้านภาษาอังกฤษ การแสดงละครและการสร้างพลังในตัวเอง ภายใต้การควบคุมของท่าน ผอ. พักตร์สร สิรบุณยภัค และครูเอ๊ะ คนเก่งของเรา 

เด็กๆ ตั้งใจฝึกซ้อมกันมากๆ ครูโอ๊ตเริ่มปูพื้นฐานตั้งแต่การออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง การใช้กิจกรรมการแสดงในการสอนภาษาอังกฤษ และช่วยครูเอ๊ะ ครูซิม ฝึกซ้อมน้องๆ... ต้องขอบอกว่า เด็กๆมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก 

จากเด็กๆที่ไม่กล้าแสดงออก กลายเป็นเด็กที่มั่นใจในการแสดง, 
จากเด็กๆที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ จนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้หลายประโยค, 
จากเด็กๆที่วิ่งซนอยู่ในโรงเรียน กลายเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม

ทั้งหมดนี้เป็นการใช้กระบวนการละคร เพื่อการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง

ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดแรงสนับสนุนจาก ผู้ใหญ่ใจดี คณะผู้บริหารเทศบาลนครนนทบุรี
ท่านผอ. และท่านรองโรงเรียนนว.1 ที่คอยสนับสนุน ทั้งทางด้านทุนทรัพย์และกำลังใจ รวมทั้งครูเอ๊ะ(ผู้กำกับคนเก่งและควบคุมการแสดงทั้งหมด) ครูซิม (ผู้ช่วยผู้กำกับ) ครูBecky (ครูต่างชาติ เรื่องเขียนสคริป และการออกเสียง) ครูยุ้ย(sound) ครูแอน(แต่งหน้าและเสื้อผ้า) ครูสมภพ(ฝ่ายฉาก) และคุณครูอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้กล่าวมา ณ ที่นี้ คุณครูทุกท่านต่างทุ่มเท เสียสละ ให้ความรัก และความเชื่อมั่นในตัวเด็กๆ ทำให้เด็กๆได้รับรางวัลชนะเลิศระดับภาคนี้ 

ครูโอ๊ตขอชื่นชมทุกๆฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องและความสามารถของเด็กๆทุกคนด้วยนะครับ

รักเด็กๆเสมอ

ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
English Drama Specialist

"English Super Fun!"
#Drama in Education #D.I.E. #englishdrama #clt #naturalenglish



วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำไม การจดบันทึกรายงานการประชุม จึงเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Minute" โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

สวัสดีดีครับ เพื่อนๆ

วันนี้ครูโอ๊ตตื่นเช้ามา ยังนอนอยู่บนเตียงเลย แล้วทันใดนั้น (all of the sudden) ครูโอ๊ตก็เกิดความสงสัย (wonder) ขึ้นมาว่า คำว่า "Minute" ที่แปลว่า นาที (เวลา) นั้น ทำไมถึงใช้ในความหมายที่ว่า การจดบันทึกรายงานการประชุม ได้ด้วย

เจ้าความสงสัยนี่ไม่เข้าใครออกใครครับ เลยไปค้นหาคำตอบมาให้เพื่อนๆกัน


คำว่า Minute (ออกเสียงว่า มินิท /ˈmɪnɪt/ )   Stress เน้นพยางค์แรก: min¦ute
นอกจาก จะแปลว่า นาที ตามที่เรารู้ๆกันอยู่แล้ว เช่น  Where have you been, Sara?  I've been waiting for you for 45 minutes! หายหัวไปไหนมายายซาร่า  ฉันรอเธอมาตั้ง 45 นาทีแล้วนะ! (เสียงวีนมากครับ)

คำว่า Minute ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะเลย ยังแปลว่า การจดบันทึกรายงานการประชุมด้วย
แต่ ที่มานั้น น่าสนใจครับ เพราะ คำว่า Minute นี้ ไม่ได้มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับเวลาเลย แต่มันกลับมีความหมายว่า "เล็กมาก" ซึ่งคำว่า Minute นี้สามารถออกเสียงได้อีกแบบว่า มาย-นูททึ/mʌɪˈnjuːt/ หรือ [my-newt] ซึ่งแปลว่า เล็กมากๆเลย (extremely small) โดยคาดการณ์ว่า มาจากรากศัพท์ลาติน คำว่า minuta scriptura หรือ  small note แปลเป็นไทยว่า บันทึกชิ้นเล็กมาก นั่นเอง 

ครูโอ๊ตคิดว่า มันถูกเพี้ยนเสียง เพราะความเคยชิน จึงเรียก มินิท เหมือนกับคำที่แปลว่า นาที

ที่นี้ รู้ที่มาแล้วใช่ไหมครับ ว่า ทำไม Minute จึงแปลได้ทั้ง นาที และการจดบันทึกการประชุม
ความหมายแรก แปลตรงตัว ครับ
ส่วนความหมายที่สอง ถูกเพี้ยนเสียง มาจากความหมายที่แปลว่า เล็กมาก (จดละเอียด ถี่ถ้วน) นั่นเอง

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ให้เพิ่มเติมอีกหน่อยละกัน มีสำนวนเกี่ยวกับ Minute อยู่หลายคำครับ แต่ง่ายๆทั้งนั้น ไปทบทวนกันเลยดีกว่า

Just (wait) a minute = รอแป๊บหนึ่งนะ เช่น Just a minute, I am coming down now! รอแป๊บหนึ่งนะ ฉันกำลังลงไปแล้ว

Any minute = ในไม่ช้านี้ (very soon) เช่น  John will be here in any minute.  เด๋วจอห์นก็มาแล้ว อีกไม่นานนี้นะ

Not for a minute = ไม่เลย (not at all) เช่น  Not even for a minute that I think it was your fault! ไม่มีแม้สักนาทีเดียวที่ฉันคิดว่าเป็นความผิดของคุณ 


ไปอาบน้ำดีกว่า
แล้วเจอกันคร้าบ

ครูโอ๊ต
Reference: www.Oxforddictionaries.com 







วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ใช้ยังไงกันแน่ see someone doing something หรือ see someone do something โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต

วันนี้ครูโอ๊ตขอนำเสนอ หลักโครงสร้าง Verb of Perception นะครับ

Verb of Perception คือ กิริยาที่บ่งบอกการรับรู้ หรือ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 นั่นเอง (ดู ฟัง ได้ยิน ฟัง ได้กลิ่น เห็น สัมผัส) เช่น see, hear, listen, watch, smell, notice, observe, feel

รูปแบบ การใช้ มี 2 แบบครับ

แบบ1: Verb of Perception + Someone + Doing something
แบบ2: Verb of Perception + Someone + Do something


เช่น I saw James Ji singing a song.
แปลว่า ฉันเห็นเจมส์ จิ กำลังร้องเพลงอยู่ (ขณะเจมส์ จิร้องเพลงอยู่ ฉันเห็นพอดี)

I saw James Ji sing a song.
แปลว่า ฉันเห็นเจส์ จิ ร้องเพลง (สื่ิความหมายว่า เจมส์จืร้องเพลงเสร็จเรียบร้อยแล้ว)

ดังนั้น โครงสร้างนี้จึงมีข้อแตกต่างกันอยู่นิดเดียว ตรงที่ว่า
ถ้าเราใช้ Present Participle (doing something) แสดงว่า เหตุการณ์นั้น ยังไม่จบสมบูรณ์ หรือ เราเห็นแค่ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น

แต่ถ้าเราใช้ รูป Infinitive (do something) แสดงว่า เราเห็นเหตุการณ์นั้น ตั้งแต่ต้นจนจบ หรือ เหตุการณ์นั้นจบสิ้นเรียบร้อยแล้ว)

ระวังด้วยนะจ๊ะ อย่าเติม -s หลัง Verb เพียงเพราะเห็นว่า ประธานเป็นเอกพจน์อยู่ข้างหน้า เพราะกิริยาแท้ อยู่ที่ saw คร้าบ

I saw James Ji sings a song. จึงเป็นโครงสร้างที่ผิด

โชคดีทุกคนคร้าบ

ครูโอ๊ต

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รัฐประหาร หรือ ทหารเข้ายึดอำนาจ แปลเป็น ภาษาอังกฤษ ว่าอย่างไร โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

ประเด็นร้อน เรียนศัพท์ภาษาอังกฤษจากการยึดอำนาจโดยทหารนะจ๊ะ โดยครูโอ๊ต

เจอพาดหัวข่าวเยอะเลยครับเกี่ยวกับการประกาศรัฐประหาร ตอน 16:30 น. ของวันที่ 22  พฤษภาคม 2557 เช่น

Thailand coup d'etat as military seizes power (BBC)

Thai military says it's taken over the country in a coup (CNN)



Thai Army Declares Coup, Citing Need to ‘Reform’ Nation (The New York Times)



มีคำที่ชาวต่างชาติเรียกเก๋ๆว่า Coup D'etat อ่านว่า คู เดท่า
Coup อ่านว่า คู คือ การยึดอำนาจโดยฝ่ายทหาร
D'etat อ่านว่า เดท่า แปลว่า state หรือ สถานะ
ทั้งสองคำเป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศษครับ
Coup D'etat  จึงแปลว่า The Military takes over the government.
หรือ ทหารเข้ายึดอำนาจรัฐบาล ครับ



http://www.bbc.com/news/world-asia-27517591


http://edition.cnn.com/2014/05/22/world/asia/thailand-martial-law/


http://www.nytimes.com/2014/05/23/world/asia/thailand-military-coup.html?_r=0