แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Kru Oat แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Kru Oat แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

Personal Brand Elements องค์ประกอบของแบรนด์ส่วนบุคคล โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

องค์ประกอบของแบรนด์ส่วนบุคคล (Personal Brand Elements) โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา


สวัสดีนักศึกษาสำหรับเช้าวันจันทร์ต้อนรับเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักนะครับ

การเรียนการสอนในวันนี้ จะมุ่งเน้นให้นักศึกษาใช้การเรียนการสอนแบบ Flipped Classroom (ห้องเรียนกลับด้าน) โดยให้นักศึกษา อ่านเนื้อหาที่ครูโอ๊ตกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ด้วยตนเอง แล้วนำมาอภิปราย สอบถามข้อสงสัยรวมทั้งแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องขององค์ประกอบของแบรนด์ส่วนบุคคลในชั้นเรียนครับ

เกริ่นกันมายาว ขอเริ่มการอธิบาย องค์ประกอบของแบรนด์ส่วนบุคคล (Personal Brand Elements) กันเลยครับ

1. Brand Story เรื่องราวของเรา

ตอนเด็กๆ การฟังนิทานหรือเรื่องสนุกๆสักเรื่อง ถือเป็นสิ่งที่เด็กๆทุกคนตั้งตาคอย อยากให้คุณพ่อคุณแม่ คุณครูเล่าให้ฟังบ่อยๆ เพราะเด็กรู้สึกตื่นเต้นไปกับเรื่องนั้น กับตัวละครเจ้าหญิงเจ้าชาย หรือแม้กระทั่งตัวร้ายที่มักจะทำให้เด็กๆหวาดกลัวและร้องไห้ไปทุกคราว การเล่าเรื่องราวของแบรนด์ส่วนบุคคล ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะคนทั่วไปเจอะเจอคนมากมายในหนึ่งวัน พวกเขาไม่มีเวลาจำชื่อคุณได้ทั้งหมด แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาจะจดจำเรื่องราวของคุณได้ นั่นคือนิมิตหมายที่ดี เพราะคุณกำลังสร้างเรื่องราวที่ไปฝังลึกอยู่ในจิตใจและความทรงจำของผู้อื่นและนั่นหมายความว่า คุณกำลังสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลในใจของผู้อื่นนั่นเอง

ครูโอ๊ตขอยกตัวอย่าง Brand Story ที่เราส่วนใหญ่รู้จักและยังจำได้ เช่น เรื่องราวของต๊อบ เถ้าแก่น้อย ที่สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งๆที่เมื่อก่อนติดเกมส์จนไม่เป็นอันเรียนหนังสือ แต่ด้วยความมานะบากบั่น บวกกับพลังลูกบ้า คิดทำธุรกิจ ล้มแล้วลุกจนสามารถยืนหยัดได้ด้วยสินค้าสาหร่ายทอดกรอบ จนถึงทุกวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่มีใครไม่รู้จัก เถ้าแก่น้อย คุณต๊อบ  .....อีกเรื่องที่เรียกได้ว่าน่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องคลาสสิคเรื่องหนึ่งของวงการธุรกิจก็คือ ชีวิตของคุณตัน ภาสกรนที (หรือรู้จักกันในนาม คุณตัน อิชิตัน) จากลูกคนจีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ไทย เรียนจบแค่ ป.3 แต่มีหัวธุรกิจ ทำแผงหนังสือและขยายกิจการต่อยอดเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ เครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ จนกระทั่งขายหุ้นโออิชิทั้งหมดแล้วมาเปิดบริษัท ไม่ตัน จำกัด จำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียว อิชิตัน ประสบผลสำเร็จอย่างมากมีชื่อเสียง เนื่องจากแบรนด์ส่วนบุคคลที่แข็งแรงมากๆของคุณตัน นั่นเอง

จากตัวอย่างของแบรนด์ส่วนบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้งสองท่าน เราจะเห็นได้ว่า สิ่งหนึ่งที่ Brand Story มีคล้ายๆกัน คือ ความรู้สึกประทับใจและความรู้สึกทึ่งและชื่นชมในความพยายามของบุคคลทั้งสองที่ไม่ยอมแพ้กับโชตชะตา แม้ว่าจะเจอเหตุการณ์ที่ยากลำบากหรือจุดหักเหของชีวิต ผู้ที่ได้ฟังเกิดความรู้สึกว่า ทั้งสองท่านนี้เป็นไอดอลในการสอนอะไรบางอย่างให้กับผู้ฟัง แล้วทำให้เขาจดจำได้จากเรื่องราว

ทำไมต้องใช้ Story เข้ามาสร้างแบรนด์? คำตอบคือ การเล่าเป็นเรื่องราวจะทำให้คนจดจำตัวเราได้มากขึ้น เพราะในแต่ละเรื่องราวที่ดี จะมีจุดที่ไปกระทบอารมณ์ของผู้ฟัง และสร้างจุดร่วมในใจพวกเขา นอกจากนี้ ธรรมชาติของมนุษย์เป็นผู้ชอบฟังเรื่องราว มากกว่า การบรรยายสรรพคุณของคนเองให้ผู้อื่นฟัง  ยิ่งเรื่องราวของคุณน่าสนใจมากแค่ไหน โอกาสที่ผู้ฟังจะจดจำคุณได้ ยิ่งมีมากขึ้น

หลักการในการสร้างพลังเรื่องราวของตัวเองให้น่าสนใจ คือ


  1. เปิดเรื่องมาน่าสนใจ (Catchie Opening) การเปิดเรื่องตอนต้นเป็นส่วนที่สำคัญที่จะทำให้ผู้ฟังตัดสินว่า คุณมีแบรนด์ส่วนบุคคลที่น่าสนใจแค่ไหน ภายใน 15 วินาทีแรกของการเล่าเรื่อง คุณต้องเลือกหาช่วงชีวิตในอดีตที่น่าสนใจเป็นจุดเริ่มเปิดประโยค เช่น ผม/ดิฉัน เกิดมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่า....(มีพร้อมไปทุกสิ่ง/กองเงินกองทอง/ยากจนจนแทบไม่มีอะไรทาน เป็นต้น) สิ่งที่ไม่ควรกล่าวอย่างยิ่งคือ การแนะนำตัวเหมือนเด็ก ป. 6 (สวัสดีครับ ผมชื่อ..... นามสกุล.....อายุ......เกิดที่จังหวัด......) อาจขึ้นต้นด้วยคำถาม คำคม หรือ รูปภาพในช่วงที่แสดงถึงความเป็นตัวเรามากที่สุดก็ได้
  2. จุดหักเหของชีวิต (Turning Point) เป็นช่วงหรือจังหวะชีวิต ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เหตุการณ์พลิกผัน หรือ เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจ เช่น เกิดการหย่าร้าง ธุรกิจยอดขายตกต่ำ สูญเสียคนรัก ถูกตำรวจจับได้ ล้มละลาย ถูกโกงไม่รู้ตัว เป็นต้น จุดหักเหนี้ อาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งในชีวิต ขอให้เลือกมาเพียง 2-3 เหตุการ์ณที่สำคัญๆเท่านั้น
  3. การตัดสินใจ (Decision Making) ผู้ฟัง กำลังลุ้นอยู่เลยครับ ว่าคุณจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไปเมื่อเจอกับจุดหักเหในชีวิต คุณมีโอกาสเลือกที่จะเดินต่อไปข้างหน้า หรือยอมแพ้กับชะตาชีวิต ช่วงนี้ Brand Story จะสื่อสารถึงทัศนคติและความคิดของคุณว่าคุณเป็นคนอย่างไร หนีปัญหา หรือแก้ปัญหา มุ่งมั่นหรือล้มเลิก ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของความจริง และการเลือกใช้คำที่มีพลังของคุณ บอกถึงการตัดสินใจว่ คือมีทางเลือกไหนบ้าง แล้วคุณเลือกทางเดินไหน เพราะอะไร แล้วผลของ การเลือหรือตัดสินใจนั้น คุณคิดว่าคุ้มหรือไม่
  4. สถานการณ์ในปัจจุบันและความมุ่งมั่นในอนาคต (Presence and Future) ในตอนสุดท้ายของ Brand Story เป็นการพูดถึงความสำเร็จ หรือสถานะในปัจจุบัน ว่า ณ ตอนนี้ คุณเป็นอย่างไรบ้าง ประสบความสำเร็จในระดับไหน พอใจแล้วหรือยัง  และในอนาคตมองภาพของตัวคุณเองไว้ว่าอย่างไร ในช่วงนี้ เป็นการสื่อสารถึง Brand Vision ว่าคุณมีเป้าหมายอย่างไรนั่นเอง

สิ่งที่ครูโอ๊ตขอย้ำเตือนคือ เรื่องราวของเรานั้น ต้องเป็นความจริง อย่าเสริมเติมแต่งให้ดูน่าทึ่ง น่าสงสารเพราะคุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ และการปั้นเรื่องขึ้นมา ยังไงก็ต้องมีคนรู้อยู่แน่นอนว่าความจริงเป็นอย่างไร ถ้าไม่อยากโดนแฉ ก็จงเลือกพูดแต่ความจริง และเลือกพูดในสิ่งที่เราสามารถพูดได้ คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องที่คุณไม่สบายใจที่จะให้คนอื่นรู้ เพราะคุณเป็นคนกำหนดเอง แต่!!!! เมื่อไรก็ตามที่คุณกล้าที่จะยอมรับความจริง ในสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต ครูโอ๊ตเชื่อว่า จะมีผู้ฟังจำนวนไม่น้อยเลยที่ชื่นชมในความกล้าหาญและความตรงไปตรงมาของคุณ

สุดท้ายนี้ ครูโอ๊ตขอฝากว่า การสร้าง Brand Story นอกจากจะทำให้คนจดจำคุณได้จากเรื่องราวอันทรงพลังแล้ว ตัวคุณเองยังได้รู้จักตัวเองมากขึ้น จากการมองย้อนกลับไปดูมาอดีตที่ผ่านมา คุณเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงครับ

แล้วพบกันในห้องเรียนพร้อมทำกิจกรรม การสร้าง Brand Story  ของตัวเองครับ

ครูโอ๊ต
ชานุกฤต เธียรกัลยา
2 กุมภาพันธ์ 2558










วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Get lost แปลว่า ไปให้พ้น โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

เวลาเราอยากจะไล่ใครให้ไปพ้นๆหน้า อย่ามายียวนกวนประสาท เราสามารถบอกได้ว่า "Get lost!" = Go away, leave me alone!

เช่น Got lost, man! You are annoying me.
ไปไกลๆเลย....อย่ามากวนฉันนะ


หรือพวกโรคจิต ถ้าโทรมาบ่อยๆเราพูดได้ว่า 
If that guy calls me again, tell him to get lost!

นอกจากนี้ Get lost ยังแปลว่า หลงทาง ได้อีกด้วยนะคร้าบ
I got lost in the city, could you tell me where is the closest shopping mall around here?

Kru Oat 

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เหม็นขี้หน้า ไม่ชอบขี้หน้า ภาษาอังกฤษ พูดว่าอะไร? โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

วันนี้ได้รับข้อความจาก นักเรียน ถามว่า "ครูโอ๊ตคะ ถ้าหนูจะพูดว่า หนูไม่ชอบขี้หน้า เหม็นหน้านายคนนี้ ไม่อยากเจอ ประมาณเนี้ย หนูจะพูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรคะ"

โอ้โห สวยเลือกได้จริงๆหนู นี่คงเป็นเพราะผู้ชายหน้าตา ไม่เข้าเกณฑ์หนู หนูถึงได้เชิดใส่เขาอย่างนี้

เอาละ ถามมาก็ตอบเลยครับ

สำนวนที่ฝรั่งชอบใช้เวลาไม่ค่อยชอบขี้หน้าใครนั้น เราพูดได้หลายแบบ อย่างเช่น

"I just don't like a look of him!"  แปลว่า ฉันไม่ค่อยชอบหน้านายคนนั้นเลย

หรือเราจะพูดอีกอย่างว่า ไม่อยากจะเจอเลย (เพราะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม รวมทั้งไม่ชอบหน้าเขาด้วย)

" He looks kidda dodgy to me! " แปลว่า เขาไม่ค่อยจะน่าคบน่าเจอเลยนะ

คำว่า dodgy (อ่านว่า ดอจจี้) มีหลายความหมายมากๆเลย เป็นแสลง แปลว่า น่าเกลียด แย่ อุบาทว์ ถ้าเป็นคน ก็จะเป็นคนแปลก ไม่ค่อยน่าไว้ใจ ก็ได้

คำว่า Dodge เป็น กริยา แปลว่า to avoid someone or something by a sudden quick movement (oxforddictionaries.com) หรือ หลบหลีกอย่างฉับไว เช่น

I dodge a ball. ฉันหลบลูกบอล
I dodge a bullet. ฉันหลบกระสุน

ส่วนถ้าเหม็นขี้หน้านายนั้นมากๆ เราสามารถใช้คำว่า dislike ได้เลยครับ อันนี้แสดงว่า ไม่ชอบเขาอย่างรุนแรง เช่น I dislike that man over there! ฉันไม่ชอบเจ้างั่งคนนั้นเลย ก็พอจะเข้าข่าย เหม็นขี้หน้าได้ครับ

ให้ไว้หลากหลายสำหรับเลือกใช้นะครับ

แล้วเจอกันใหม่คราวหน้า แต่อย่าเพิ่งเหม็นหน้าครูโอ๊ตเสียก่อนนะคร้าบบบ

จุ๊บๆ
ครูโอ๊ต :)


วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำไม การจดบันทึกรายงานการประชุม จึงเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Minute" โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

สวัสดีดีครับ เพื่อนๆ

วันนี้ครูโอ๊ตตื่นเช้ามา ยังนอนอยู่บนเตียงเลย แล้วทันใดนั้น (all of the sudden) ครูโอ๊ตก็เกิดความสงสัย (wonder) ขึ้นมาว่า คำว่า "Minute" ที่แปลว่า นาที (เวลา) นั้น ทำไมถึงใช้ในความหมายที่ว่า การจดบันทึกรายงานการประชุม ได้ด้วย

เจ้าความสงสัยนี่ไม่เข้าใครออกใครครับ เลยไปค้นหาคำตอบมาให้เพื่อนๆกัน


คำว่า Minute (ออกเสียงว่า มินิท /ˈmɪnɪt/ )   Stress เน้นพยางค์แรกmin¦ute
นอกจาก จะแปลว่า นาที ตามที่เรารู้ๆกันอยู่แล้ว เช่น  Where have you been, Sara?  I've been waiting for you for 45 minutes! หายหัวไปไหนมายายซาร่า  ฉันรอเธอมาตั้ง 45 นาทีแล้วนะ! (เสียงวีนมากครับ)

คำว่า Minute ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะเลย ยังแปลว่า การจดบันทึกรายงานการประชุมด้วย
แต่ ที่มานั้น น่าสนใจครับ เพราะ คำว่า Minute นี้ ไม่ได้มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับเวลาเลย แต่มันกลับมีความหมายว่า "เล็กมาก" ซึ่งคำว่า Minute นี้สามารถออกเสียงได้อีกแบบว่า มาย-นูททึ/mʌɪˈnjuːt/ หรือ [my-newtซึ่งแปลว่า เล็กมากๆเลย (extremely small) โดยคาดการณ์ว่า มาจากรากศัพท์ลาติน คำว่า minuta scriptura หรือ  small note แปลเป็นไทยว่า บันทึกชิ้นเล็กมาก นั่นเอง 

ครูโอ๊ตคิดว่า มันถูกเพี้ยนเสียง เพราะความเคยชิน จึงเรียก มินิท เหมือนกับคำที่แปลว่า นาที

ที่นี้ รู้ที่มาแล้วใช่ไหมครับ ว่า ทำไม Minute จึงแปลได้ทั้ง นาที และการจดบันทึกการประชุม
ความหมายแรก แปลตรงตัว ครับ
ส่วนความหมายที่สอง ถูกเพี้ยนเสียง มาจากความหมายที่แปลว่า เล็กมาก (จดละเอียด ถี่ถ้วน) นั่นเอง

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ให้เพิ่มเติมอีกหน่อยละกัน มีสำนวนเกี่ยวกับ Minute อยู่หลายคำครับ แต่ง่ายๆทั้งนั้น ไปทบทวนกันเลยดีกว่า

Just (wait) a minute = รอแป๊บหนึ่งนะ เช่น Just a minute, I am coming down now! รอแป๊บหนึ่งนะ ฉันกำลังลงไปแล้ว

Any minute = ในไม่ช้านี้ (very soon) เช่น  John will be here in any minute.  เด๋วจอห์นก็มาแล้ว อีกไม่นานนี้นะ

Not for a minute = ไม่เลย (not at all) เช่น  Not even for a minute that I think it was your fault! ไม่มีแม้สักนาทีเดียวที่ฉันคิดว่าเป็นความผิดของคุณ 


ไปอาบน้ำดีกว่า
แล้วเจอกันคร้าบ

ครูโอ๊ต
Reference: www.Oxforddictionaries.com 







วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

CEN 3101 Innovation in English Teaching: TESOL Journal Summary by Kru Oat Chanukrit Thienkalaya


Article Summary:  “Writing Online: Using Blogs as an Alternative Writing Activity in Tertiary ESL Classes”

Author: Matthew M. Neponumceno
Far Eastern University – Silang

TESOL Journal, Vol. 5, pp. 92-1-5 (2011)


In the article “Writing Online: Using Blogs as an Alternative Writing Activity in Tertiary ESL Classes” Matthew Neponumceno claims that blogging could be used as an effective optional activity in a writing class.  Language learners can get motivated, gain positive attitude, and improve their writing skill through blog assignments.


The paper begins by referring to the technological advancement, the so-called “blog”.  The origin of blogs dates back to the 1990s and continues to grow dramatically as an online means for people to express their ideas and thoughts.  Without a doubt, blogs have entered into the world of education, as well, especially in writing class.  Seen as the most difficult skill, writing is also a subject students tend to avoid taking, because of its strict grammar requirements, recorded documents, various mechanics, unity and coherence, and content.


Four approaches in teaching writing are reviewed to provide key elements that language teachers should consider when selecting writing enhancement methods: Product, Process, Genre, and Process Genre approaches.  Of all the four, the product and process approaches are widely used in the EFL classroom.  The process approach emphasizes the final, grammatically corrected output, whereas the process method focuses more on the content or idea portrayed in the written product.  The genre approach applies text analysis and the identification of patterns in the formal structure of various types of writing to develop the idea within the text.  Lastly, the process genre approach is a combination of all three.  This hybrid approach uses knowledge about language, knowledge of context, the purpose of writing, and skills in using language to create the written texts.  The researchers used all four approaches in developing their blog writing program.


The study further explores the advantages and disadvantages of using blogs in the language classroom.  According to Izquierdo and Reyes (2009), there is a correlation between reading texts on blogs and developing writing skills.  Language learners can observe, analyze, and be aware of the conventions of writing, such as grammar, mechanics, unity, coherence, etc.  Moreover, the blog’s characteristics of being relevant, accessible, interactive and interesting give learners potential benefits in practicing and improving writing skills.  In addition, using blogs as a tool in teaching writing promotes positive interaction between the teacher and students.  Blogs also help writers release certain emotions, or “therapeutic intervention”, enhancing the overall affective domain of learners.  Lastly, frequent posts and comments allow learners to increase the quality and quantity of their writing outputs.  Conversely, the disadvantages mentioned in the article are the high cost of acquiring the necessary platform to use the blogs, the computer competency of learners, and the economic status of learners.


In the study, the researcher attempts to find out the effects of blogging in the development of the participants’ writing skills and the perception of using blogs before and after the study.  Thirty-six participants from sophomore colleges registered for academic writing classes.  The assignment was to post blogs on a regular basis for 12 weeks in a row.  The peers who did not participate were encouraged to read and write a comment to the bloggers.  Certain rules and guidelines were outlined for the purposes of monitoring and evaluation.


The findings indicate that participants showed interest in writing and posting blogs.  They genuinely got motivated to share their ideas and express their feelings through online writing.  A variety of subjects, ranging from personal, relationships, interests, and movie or book reviews, to general informational topics were posted.  Through the post-project survey, the participants indicated highly positive perceptions toward writing blogs.  The benefits gained during the project were making new friends, spending time wisely on the Internet, having more time to practice writing, and lowering the pressure of, and gaining more confidence in, writing.  In the realization stage, the bloggers also became aware of the importance of “netiquette” when writing for on-line publication.  However, some common problems found in the study were the inconvenient schedule, negative comments posted outside the blogging community, and other online distractions.


In sum, using blogs as an alternative way of teaching writing can be beneficial to language learners.  It offers convenience, connection, and a cool enhancement to the bloggers.  Also, students’ motivation to write increases.  Nevertheless, teachers should be aware of some minor drawbacks, such as accessibility, security, and proper project mechanics and platform when implementing online writing in the classroom.

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

Oishi MC Search Gen4 Mission 4 การพูดกล่าวจบรายการ เป็นภาษาอังกฤษ โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา


และนี่ คือ Mission สุดท้ายของน้องๆแล้วนะครับ ครูโอ๊ตว่าน้องๆทั้ง 150 คนเก่งมากเลยครับ

เมื่อพิธีกรดำเนินรายการมาถึงช่วงสุดท้าย เรามีวิธีการพูดง่ายๆในการปิดรายการดังนี้เลยครับ

การพูดกล่าวจบ หรือ พูดปิดรายการ เราก็ขอบคุณท่านผู้ชมและกล่าวสวัสดี อย่าลืมบอกให้ผู้ชมมาดูรายการของเราอีก ติดตามชมอาทิตย์หน้า

* Thank you (Thanks) again for watching! See you next week!

* We have had a great time today. Hope you enjoy it! Join us again next week on _____ show!

* Bye bye or Good Bye or Sawasdee kub/ka

ขอให้น้องๆที่ผ่านการเข้าคัดเลือกทั้ง 150 คนโชคดีนะครับ หวังว่าในอนาคตคงได้เห็นน้องๆหลายคน ยืนอยู่หน้ากล้องและนำความรู้ในการเป็นพิธีกรมืออาชีพ ที่ครูโอ๊ตสอนไปใช้ประโยชน์....รักทุกคนครับ....ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

Children's Day in Thailand 2014 by Kru Oat (Script for the MC and Personality Class @Superstar Academy) Show Case


MC & Personality by Kru Oat    Saturday, 11 January 2014 “วันเด็ก


Children’s Day is recognized on various days in many places around the world, to honor children globally.

It was started by the World Conference for the Well-Being of Children in 1925.

In Thailand, Children’s Day was established in 1955, and is marked [observed] on the second Saturday in January each year.  This special day was designated as a time to show the importance of kids, who are the future of the nation.

Children look forward to this day, because their parents take them out to different places that are not normally open to the public, such as Royal Thai Military installations, where children can play inside an army tank, or the Government House, where they have the opportunity to view the Prime Minister's office and sit in her chair, and The Royal Thai Air Force, where children are invited to go and explore the aircraft.  Sadly, this year, because of the political problem, Government House will not be on the list.

Nevertheless, every year, on this day, The Prime Minister announces a theme or slogan to the children to remind them what characteristics Thai children should have.  This year, the slogan is: ”กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง”, or, in English, “Thai children should show gratitude, know their duty, be a good and disciplined person, and build strong Thai solidarity”.

Children’s Day touches the heart of all of us, as we remember the happiness and innocence of childhood.

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ศัพท์ (แสลง) ใหม่ๆที่วัยรุ่นไทย ไม่ควรพลาด ปี 2013 โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา


ศัพท์แสลงที่เด็กไทย ไม่ควรพลาดในปี 2013!
คำศัพท์ยอดฮิตเหล่านี้ ถูกเพิ่มลงใน Oxford Dictionary เรียบร้อยแล้วครับ เพราะมีการใช้แพร่หลายกันมาพอที่จะสามารถบัญญัติเพิ่มลงในพจนานุกรมได้ 

Selfie (เซลฟี่) - pouty self-portrait typically taken with a smartphone ถ่ายรูปตัวเองจากกล้องหน้า หรือจอคอมหน้า


Selfie เคือ การถ่ายภาพจากกล้องหน้าใน smartphone


Twerk การเต้น โก่งโค้ง พร้อมส่ายก้น 

Twerking (ทเวิรคคิ่ง) - the raunchy dance move performed by Miley Cyrus at the MTV VMAs 
ท่าเต้นที่ส่อเสียด ยั่วยุโดยใช้ก้นถูไปมาที่ใกล้ๆส่วนสำคัญของผู้ชาย ศัพท์นี้ใช้กันมานานแล้วในกลุ่มคนที่หลงใหลฮิปฮอป แต่เพิ่งมาฮิตตอนนักร้อง Miley Cyrus แสดงโชว์ในงาน MTV VMAs แล้วเต้นท่านี้ออกอากาศ จนหลายๆคนบอกว่า ไม่เหมาะสม

Dappy (แดปพี่)- silly, disorganised or lacking concentration แปลว่า โง่ ไม่มีระเบียบ ไม่มีสมาธิ

Digital detox (ดิจดตัล ดีท๊อท) - time spent away from Facebook and Twitter อาการที่พยายามหักห้ามใจไม่ให้ตัวเองเช็คเฟสบุ๊ค หรือทวิตบนโลกออนไลน์

Girl crush (เกิร์ล ครัชชู)- an intense and typically non-sexual admiration felt by one girl for another อาการของหญิงสาวที่แอบชอบใครสักคนอย่างหัวปักหัวปรำ

Vom - to be sick แปลว่า ไม่สบายครับ ครูโอ๊ตสันนิฐานว่า มาจากคำว่า vomit ที่แปลว่า อ้วก หรือ อาเจียน ซึ่งเป็นอาหารหนึ่งของคนไม่สบายคร้าบบบ

เอาไปแค่นี้ก่อน เก๋ๆ....ลองใช้ดูนะครับ.....ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Pink Slip ไม่ได้แปลว่า ซองการ์ดแต่งงาน หรือ ซองผ้าป่านะครับ แต่สำนวนนี้แปลว่า คุณถูกยื่นซองขาว(ถูกไล่ออก) โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา


เจอเจ้านายฝรั่งพูดว่า "You are going to get a pink slip, if you ever come late again!" อย่าคิดว่า เขาจะแจกการ์ดแต่งงาน หรือ ซองผ้าป่าสามัคคีนะครับ ....เจ้านายคุณกำลังขู่ว่า เขาจะไล่คุณออกจากงาน ถ้าคุณมาทำงานสายอีกครั้งเดียว ต่างหาก คนไทยฟังแล้วอาจจะยังไม่เข้าใจ ครูโอ๊ตเลยต้องรีบมากระซิบบอกกันก่อน

"ถูกปลดออกจากตำแหน่ง, ถูกไล่ออก, ถูกเชิญออก, ยื่นซองขาว"  คำศัพท์ชุดนี้ แปลว่า out of the job (ถูกออกจากงาน)หรือ suddenly I'm unemployed! (จู่ๆก็ว่างงานอะ) หรือ termination of your employment (สิ้นสุดการจ้างงาน)

เริ่มจาก "ถูกไล่ออก, ถูกเชิญออก" เราพูดว่า
I'm getting fired!, I'm being let go!, or I'm getting laid off!



ส่วนถูกยื่นซองขาว ในภาษาไทยนั้น ที่อเมริกา ก็ใช้สำนวนนี้ครับแต่ใช้สำนวนว่า Pink Slip หรือ โดนก๊อปปี้สีชมพู ซึ่งหมายถึง คุณโดนไล่ออกนั่นเอง คำว่า "pink slip" นั้น เป็นการยิ่นหลักฐานการสิ้นสุดการจ้างงานที่เขียนบันทึกโดยเจ้าน้าที่ฝ่ายบุคคล ฝ่ายบุคคลจะเก็บหลักฐานใบสีขาวไว้แล้วยื่นหลักฐานใบก๊อปปี้สีชมพูให้พร้อมกับเงินเดือนงวดสุดท้ายของคุณ ณ วันที่คุณถูกเชิญออก จากนั้น คำว่า pink slip ก็เลยถูกใช้แพร่หลายและกลายเป็นคำแสลงในโลกธุรกิจ ที่แปลว่า "ถูกยื่นซองขาว"

ตัวอย่าง Pink Slip ที่ครูโอ๊ตกล่าวถึง มีความมายเหมือน ถูกยื่นซองขาว ในภาษาไทย แปลว่า ถูกไล่ออก ครับ 

และแสลงคำสุดท้ายในหมวดของการถูกเชิญออก นี้ ก็คือ คำว่า "Get a boot" หรือ แปลง่ายๆเป็นไทยว่า "ถูกปลดออกจากตำแหน่ง" พอดีครูโอ๊ตไปอ่านเจอข่าวใน Bangkok Post แล้วเจอคำศัพท์คำนี้ที่พอดีครับ เลยเอามาฝากกัน

"Yingluck, Thaksin plan broad cabinet reshuffle

Boonsong tipped to get the boot"

พาดหัวข่าวว่า "นายกยิ่งลักษณ์และคุณทักษิณวางแผนปรับเปลี่ยนคณะรัฐบาลชุดใหม่ โดยคุณบุญส่งถูกคาดการณ์ว่าจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง"  <tipped แปลว่า ถูกคาดการณ์ว่า>


หวังว่า เราจะไม่โดน Pink slip กันนะคร้าบบบบ ตั้งใจทำงานๆ สู้ๆ ครับ...ครูโอ๊ต


วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ใครอยากเก่งภาษาอังกฤษ ครูโอ๊ตมีคำแนะนำง่ายๆมาฝาก

มีงานวิจัยพบว่า การที่เราอยู่ภายในสภาพแวดล้อมที่มีการใช้ภาษาอังกฤษอยู่บ่อยๆแล้ว สมองคนเราสามารถเรียนรู้กฎแกรมม่า (syntaxes), การออกเสียง (phonology), และความหมายของคำ (semantics) ในภาษาอังกฤษได้อย่างอัตโนมัติ แม้ว่าเราจะตั้งใจฟังหรือไม่ตั้งใจฟังก็ตาม.....ดังนั้น คนที่อยากเก่งภาษาจึงควรหาเวลาดูหนัง ฟังเพลงหรือเปิดรับสื่อที่เปิดภาษาอังกฤษบ่อยๆนะจ๊ะ.....เด็กจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยไม่รู้ตัว

ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา


http://uonews.uoregon.edu/archive/news-release/2013/5/grammar-errors-brain-detects-them-even-when-you-are-unaware

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แนะนำประวัติ ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา About: Kru Oat Chanukrit Thienkalaya bio

https://youtu.be/iFMEZpk83Ng
ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
Kru Oat Chanukrit Thienkalaya
Kru Oat Bio:

"Kru Oat"  Chanukrit Thienkalaya.... received a Bachelor in Economics from Thammasat University in 1997 and his MBA from Oregon State University in the U.S. in 2002, where he was in the Top 5 in the class. 

In May 2013, Kru Oat enrolled in the Faculty of Education at Ramkhamheng University to pursue a second bachelor's degree in Teaching English as part of his ongoing professional development.  He earned his second bachelor's degree in Education from the Faculty of Education, majoring in teaching English with a GPA of 3.96.  He also received a certificate of TESOL from Thammasat University (Batch 3) in December 2014.

In 2020, Kru Oat received a second master's degree in the TEFL program under the Faculty of Education, Chulalongkorn University.

He has extensive experience in English teaching from elementary level, to university level, and to teacher trainer.  He's specialised in using drama-based teaching and activity-based approach.

Kru Oat is also a personality trainer.  He has trained many big companies in various topics such as customer service, personality, communications, and positive thinking in both Thailand and the U.S for such companies as Ajisen Ramen, Typhoon! Restaurants (USA), BMW Thailand, Nissan (Thailand), MG (Thailand), The Mall Group, Tupperware (Thailand), Pruksa Real Estate, Central Group (KFC) and so on.  He taught dance, personality, MC, and creative drama camp at Superstar Academy in Thong Lor Soi 20.

Kru Oat is an expert in personality development, communications, positive attitude, front-line customer service excellence, and personal branding.  

Aside from his training activities, he has appeared on numerous TV shows as a show director and commentator, such as Teen Superstar Season1, Superstar Season 2, The Idol Project 1, and most recently Thailand's Most Famous (2012).  He has also choreographed a variety of TV commercials,  opening shows for company events, along with corporate staff events.  Kru Oat has worked with many actors, singers, and celebrities, both domestically and internationally, and is proud to have mentored many young, up-and-coming performers to promote the industry.

Because of his extensive experience in the Entertainment industry, Kru Oat is frequently invited to be a judge in many talent shows, competitions, and well-known events. 

With his good sense of humor, bright personality, and his ability to engage the crowd, Kru Oat also enjoys working as a MC (both Thai and English languages).

Kru Oat likes to use the performing arts (dance, drama, and singing) to change his students’ attitudes about themselves, improve their self-confidence, and help them realize their full potential.  

In his free time, he likes to give back to the community by teaching dance to disadvantaged children in Bangkok through the Fai Fah TMB Project.  Kru Oat loves sharing his love of the arts to make the world a better place.



แนะนำประวัติครูโอ๊ต

ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
Kru Oat Chanukrit Thienkalaya
For work only: 093-265-3232 
ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา 
(ชา นุ กริด เทียน กัน ละ ยา)

ครูโอ๊ตจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ M.B.A. ที่ Oregon State University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปริญญาตรีใบที่ 2 ด้านการสอนภาษาอังกฤษ 
จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.96
และเข้าอบรมประกาศนียบัตร การสอนภาษาอังกฤษ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ TU TESOL Certificate #3) 

ปริญญาโท (ใบที่ 2) ด้านการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ หลักสูตรนานาชาติ  (Teaching English as a Foreign Language or TEFL program - International Program) คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ครูโอ๊ตเป็นอาจารย์พิเศษคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้กับภาคสื่อสารตรา (ฺBrand) และภาคอีเว้นและไมซ์ (Event Production and MICE) ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน
วิชาที่สอน
BD422/ COM755 Personal Branding/ Celebrity Branding 
EN001 English for Everyday Communication

ครูโอ๊ตยังเป็นวิทยากรรับเชิญทั่วประเทศทางด้านการพัฒนาบุคลิภาพ การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การพูดในที่สาธารณะและ Personal Branding for Influencer



ประสบการณ์การทำงาน

ครูโอ๊ตเป็นคอมเม้นเตเตอร์ให้กับรายการเรียลลิตี้ Teen Superstar ทางช่อง Modern Nine, ดิ ไอดอล โปรเจ็ค 1 ทางช่อง 3, และรายการ ปลุกฝัน The Expert ทางช่อง 5

นอกจากนี้ ครูโอ๊ตยังเป็นโชว์ ไดเร็คเตอร์, ผู้ออกแบบท่าเต้นงานอีเว้นเปิดตัวสินค้าและงานบันเทิง รวมทั้งเป็นกรรมการตัดสินร้อง เต้น เล่นละครที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง ด้วยลีลาการคอมเม้นที่สนุกสนาน และให้ข้อคิดดีๆเพื่อให้ผู้แข่งขันนำไปปรับปรุงตนเอง ครูโอ๊ตจึงเป็นผู้เตรียมความพร้อมและผู้พัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพประดับวงการทั้งในและต่างประเทศ

ด้วยความสนใจทางด้านภาษา และการสื่อสาร ครูโอ๊ตยังได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้และเป็นวิทยากรให้กับโครงการต่างๆ  เช่น English We Love ติวเตรียมสอบ O-Net ให้กับโรงเรียนมัธยมกว่า 200 แห่งทั่วกรุงเทพ และเป็นวิทยากรให้กับคุณครูสอนภาษาอังกฤษ เพื่อเสริมสร้างทักษะและเทคนิคในการสอนภาษาโดยมุ่งเน้นที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งเป็นผู้ร่วมผู้ก่อตั้งโครงการ English Super Fun หนึ่งในคอร์สเรียนภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ โดยใช้ Drama in Education in Language Classroom หรือ การใช้ละครเพื่อการศึกษาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษอย่างสร้างสรรค์และได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

ปัจจุบัน ครูโอ๊ต เป็นอาจารย์พิเศษ วิชา Celebrity Branding หรือวิชา การสร้างตราผู้มีชื่อเสียง ภาควิชาสื่อสารตรา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, อาจารย์พิเศษ เรื่อง การใช้สื่อออนไลน์ในการโปรโมทผลงานการแสดง ที่วิทยาลัย Superstar College of Asia และเป็นวิทยากรด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพ การสร้างแบรนด์ส่วนบุคคล การบริการ รวมทั้งการนำเสนองานอย่างมืออาชีพทั้งภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนา ให้คนไทยได้พัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีที่สุด

บริษัทและองค์กรที่ครูโอ๊ตได้มีโอกาสร่วมงาน อบรม เทรนนิ่งเรื่อง การเสริมสร้างบุคลิกภาพ, การสร้างแบรนด์ส่วนบุคคล, การเป็นพิธีกรมืออาชีพ, และการบริการ อาทิเช่น Ajisen Ramen, Typhoon! Restaurants (USA), BMW Thailand, Nissan (Thailand), MG (Thailand), The Mall Group, Tupperware (Thailand), Pruksa Real Estate, Central Group (KFC) และอื่นๆอีกมากมาย.


รับงานวิทยากร งานบรรยาย พิธีกรภาษาอังกฤษ และภาษาไทย (หัวข้อ บุคลิกภาพ, การพูดและนำเสนองานอย่างมืออาชีพ, แบรนด์ส่วนบุคคล, ภาษาอังกฤษ ทั้งระดับมัธยม คุณครูและนักเรียน รวมทั้งองค์กรต่างๆ เพื่อการสื่อสาร)
จัดโชว์ แสดง สอนพนักงาน งานเลี้ยงบริษัท เปิดตัวสินค้า
FACEBOOK: http://www.facebook.com/kruoat.chanukrit
ENGLISH LEARNING PAGE FACEBOOK:
Search ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
หรือ เรียนภาษาอังกฤษ กับครูโอ๊ต
INSTAGRAM: @KruOat
EMAIL: Kruoat.Chanukrit@gmail.com
ติดต่องานได้ที่อีเมล์นี้นะครับ

Kru Oat Chanukrit Thienkalaya ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

























ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา เทรนเนอร์มืออาชีพ กับน้องๆพรีเซนเตอร์ ของเดอะ มอลล์ กรุ๊ป 2015

ครูโอ๊ต ชานุกฤต กับคุณติ๋ม และพรีเซนเตอร์ M Value Presenters 2015 เทรนหัวข้อ พัฒนาบุคลิกภาพ


ตัวอย่าง Link ผลงานของครูโอ๊ต
1. คอมเม้นเตเตอร์ รายการ The Expert ปลุกฝัน ทางช่อง 5 ตอน 4
ออกอากาศ วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557

http://www.youtube.com/watch?v=4X2CRGCMfmI
รายการ The Expert ตอน ปั้นลูกให้เป็นซุปเปอร์สตาร์ วินาทีที่ 24.20

2. เทรนเนอร์ เรื่องการนำเสนออย่างมืออาชีพโดยใช้ศิลปะการแสดง
รายการ True Innovation Awards The New Era
เทรนผู้เข้ารอบสุดท้ายให้นำเสนอต่อหน้าคณะกรรมการอย่างมั่นใจในรอบวันตัดสิน

http://www.youtube.com/watch?v=MPS3PinKy8s
ครุโอ๊ต เทรนผู้เข้ารอบสุดท้ายในรายการ True Innovation Awards   วินาทีที่ 7.00

3. ตัวอย่างผลงานการแสดงโชว์ต่างๆ โดย ครูโอ๊ต

    3.1 Tron Dance Thailand by Kru Oat

    3.2 Street Dance: Ford Motor Expo 2013 Rehearsal

   3.3 Burlesque and Cancan Dance by Kru Oat

  3.4 Flash Mob for The Mall 4 locations 2013

  3.5 Up Town Funk: Treadmill Dance

  3.6 Drumline Dance

  3.7 TSD: Thailand SlamDunk บาสเก๊ตบอลผสมผสานความตื่นเต้นกับการดั๊งสูงและผาดโผน
        ในรายการ Thailand's Got Talents Season 5
       TSD: Thailand Slam Dunk


Kru Oat Chanukrit Thienkalaya (ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา) @ Superstar College of Asia: Show Director, Choreographer, Commentator, Dance Teacher, Talent Judge, HHI Certified Judge 























Kru Oat is well-known for his skill in working with non-dancers.  With his excellent English, positive attitude, encouraging manner, and focus on fun, he has the rare ability to make them feel confident, while achieving impressive results.  Just this year alone, HerbaLife engaged Kru Oat to choreograph two dance shows for a total of 45 non-dancers for their Extravaganza in Singapore in May 2014.  Kru Oat was so successful in preparing the non-dancers for their show that HerbaLife immediately invited him back to do another show with over 35 participants for their regional conference,  Active World Team University (AWTU) in Macau in September 2014.










Link to the Herbalife Performance: HAL, AWTU 2014 (Macau)
http://www.youtube.com/watch?v=ihU5t8vqe4U&feature=youtu.be