วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

S.T.R.O.N.G.E.R. Model (C) การเตรียมพร้อมของครูมือใหม่สู่การเป็นครูที่ดีในศตวรรษที่ 21 โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต


จากการที่ครูโอ๊ตได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสแวะเยี่ยมชมและสอนนักเรียนโรงเรียนมัธยมกว่า 100 โรงเรียนตลอดระยะเวลากว่า 2-3 ปีมานี้ ครูโอ๊ตพบว่าคุณครูที่บรรจุใหม่ต่างมีไฟและศรัทธาที่แรงกล้าในการสอนลูกศิษย์ของตนเองให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ในศตวรรษที่ 21 นี้ รูปแบบการศึกษากำลังจะค่อยๆเปลี่ยนไปจากกระดานดำ เป็นไว้ทบอร์ด และตอนนี้เข้าสู่ยุคของ สกรีนหน้าจอคอมพิวเตอร์ การสอนของคุณครูในอนาคตจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม เศรษฐกิจและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ครูโอ๊ตจึงขอนำเสนอโมเดล S.T.R.O.N.G.E.R  Model” © เพื่อการเตรียมพร้อมของคุณครูมือใหม่ให้เป็นครูที่ดีในอนาคต  

S: Special Educationครูในอนาคตต้องมีทักษะการสอนและให้ความรู้เด็กพิเศษรวมทั้งเด็กปัญญาเลิศ หรือ เด็ก Gifted เนื่องจาก เด็กพิเศษต้องการการเอาใจใส่ดูแลของครูเป็นอย่างดี เพราะเด็กพิเศษมีการเรียนรู้ที่แตกต่างจากนักเรียนธรรมดา ดังนั้น ครูจึงต้อง
มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเด็กพิเศษแบบต่างๆที่ครูอาจต้องเจอในชั้นเรียนที่เรียนร่วมกับเด็กปกติ เพื่อทำให้เด็กพิเศษสามารถอยู่ร่วมกับนักเรียนปกติได้อย่างมีความสุข 

T: Technology Savvyการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสอนในชั้นเรียนกำลังจะมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะความรู้บนโลกออนไลน์ทำให้ผู้เรียนหาสิ่งที่เขาต้องการได้รวดเร็ว ดังนั้นครูในอนาคตจำเป็นต้องชี้นำและชี้แนะการหาความรู้ได้อย่างถูกวิธี  เรียนรู้ในการให้ผู้เรียนหาแหล่งค้นคว้าที่เชื่อถือได้ สอนวิธีการกรองข่าวสารที่ถูกต้อง อีกมิติหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการเรียนรู้ จะ
ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น  เข้าใจได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งสามารถเรียนรู้เนื้อหาที่ครูต้องการสอนได้ในทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เช่น E-learning, Webquest, และ Edmodo เป็นต้น

R: Research Reinforcer - ทักษะการทำวิจัย เป็นทักษะใหม่ที่ครูต้องสามารถทำได้ดีเท่าๆกับเทคนิคการสอน เพราะการทำวิจัยเป็นการค้นหาวิธีการใหม่ๆเพื่อพัฒนาผู้เรียนและการเรียนรู้ให้มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ข้อสำคัญคือการนำผลการวิจัยที่ครูได้ค้นพบ หรือนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ๆมาใช้จริงเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนในชั้นเรียน

O: Outcome-basedจากความเชื่อที่มุ่งเน้นไปที่เนื้อหาที่ครูจะสอน (Content-based) เป็นมุ่งเน้นผลลัพธ์จากการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ (Outcome-based)  การจัดกิจกรรมและวิธีการสอน รวมทั้งการประเมินผลการเรียนต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายปลายทางที่เป็นผลลัพธ์ของนักเรียนแต่ละคน 

N: Never Stop Learning:  Lifelong Learner – ครูยุคใหม่ต้องเป็นผู้ที่เรียนรู้ตลอดเวลา เพราะความรู้ และโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครูจึงต้องหาองค์ความรู้ใหม่ พัฒนาวิธีการสอนรูปแบบใหม่ๆ และปรับปรุงเทคนิคการสอนอยู่ตลอดเวลาเพื่อนำความรู้ 
เทคนิคใหม่ๆมาสอนให้นักเรียนในชั้นเรียนได้ก้าวตามทันโลก ครูที่ดีจึงควรเป็นนักเรียนผู้ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลาด้วย

G:Global Citizenship & Diversity Awareness - การเป็นประชากรโลกและการตระหนักถึงความ
หลากหลาย หมายความว่า ครูต้องมีความสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับนานาชาติ (From local to global)  ให้ผู้เรียนมีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์และวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในชุมชนและรอบโลก อีกทั้งมุ่งสอนให้ผู้เรียนตระหนักถึงความหลากหลายของเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมและให้เกียรติกัน เคารพซึ่งความแตกต่าง เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

E: Evaluation: Authentic Assessment - การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง เมื่อครูเปลี่ยนการสอนเพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์และเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงจึงเป็นเครื่องมือทีใช้วัดความก้าวหน้าได้ดีกว่าการสอบปลายภาคเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างการวัดและประเมินผลการเรียนตามสภาพจริง อาทิเช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การให้ทำงานกลุ่ม การแสดงความคิดเห็น แฟ้มสะสมงานตลอดทั้งเทอม เป็นต้น

R: Relationship & Collaboration - การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพราะทักษะที่สำคัญสำหรับครูในอนาคตเช่นเดียวกัน การสอนจะค่อยๆเปลี่ยนไปในแบบของการบูรณาการ เช่น การสอนร่วมกัน (Co-teaching) ในวิชาเดียวกันและระหว่างวิชา เช่น ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษสอนร่วมกับครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น รวมทั้งรูปแบบของการวิจัยทางการศึกษาเป็นทีม จะเป็นแนวโน้มใหม่ในการพัฒนาครูทั้งกลุ่มสาระให้ฝึกทำงานร่วมกัน 

ชานุกฤต เธียรกัลยา (ครูโอ๊ต)
เขียนเมื่อ 1 ตุลาคม 2558

สิ่งที่นิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ต้องเตรียมพร้อมเพื่อการเป็นครูที่ดีในอนาคต


การสร้างสมรรถนะความเป็นครูของนิสิต นักศึกษาในคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปเป็นครูฝึกสอน (Pre-service teacher competencies) ให้แข็งแกร่งนั้น นักศึกษาควรเตรียมพร้อมตัวเองให้มีความเป็นเลิศทั้ง 7Cs ได้แก่;

1. Content เนื้อหาที่เรียน- นักศึกษาควรมีความรู้ (Knowledge) ในเรื่องที่จะสอนได้เป็นอย่างดี และต้องรู้ในระดับที่เข้าใจ สามารถยกตัวอย่างประกอบได้ถูกต้อง เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ สามารถแยกแยะระดับความยากง่ายของแต่ละเนื้อหา รวมทั้งเข้าใจแนวคิด ทฤษฏี ความคิดรวบยอด กรอบการศึกษาและสามารถนำผลการวิจัยในประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้

2. Curriculum Design นอกจากนักศึกษาต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องความรู้แล้ว การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนให้เหมาะสม เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ นักศึกษาควรคุ้นเคยกับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่มีเวลาจำกัดแค่ 50 นาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน นักศึกษาต้องเรียงลำดับการสอน อย่างมีระเบียบและเป็นขั้นตอน การเตรียม lesson plan หรือแผนการสอนทั้งในรายวิชา รายชั่วโมงโดยแบ่งส่วนเนื้อหาได้เหมาะสมตลอดทั้งเทอม และสามารถจัดกิจกรรม ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered) ได้อย่างสร้างสรรค์ 

3. Creativity ความคิดสร้างสรรค์- นักศึกษาบางครั้งยังติดกับกรอบรูปแบบหรือ กระบวน การสอนแบบเดิมๆที่คุ้นเคย ทำให้เทคนิคการสอนขาดความน่าสนใจ ส่งผลให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาที่นักศึกษาต้องออกฝึกสอน ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์ทั้งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ตลอดจนการถ่ายทอด ออกมาอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นทักษะที่นิสิตนักศึกษาควรเตรียมพร้อมก่อนออกฝึกสอนจริง


4. Communication ทักษะการสื่อสาร - สิ่งหนึ่งที่นักศึกษาขาดคือ ทักษะการถ่ายทอดเนื้อหาหรือการสอนให้นักเรียนเข้าใจโดยเฉพาะเอกภาษาอังกฤษ ที่นักศึกษาต้องมีทักษะการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งชั่วโมงสอน นักศึกษาควรต้องฝึกฝนอย่างมากในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษให้นักเรียนเข้าใจ รู้จักการตั้งคำถาม การให้แรงเสริม การแก้จุดบกพร่องหรือจุดผิดของนักเรียนรวมทั้ง การอธิบายเนื้อหาที่สอนเป็น ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ที่คณะศึกษาศาสตร์ รามคำแหงเอกภาษาอังกฤษนั้น ยังมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลักอยู่ แต่เมื่อถึงวิชาพฤติกรรมการสอน 1 นักศึกษาต้องออกมาฝึกสอนหน้าชั้นเป้นภาษาอังกฤษทั้งหมด นักศึกษาส่วนให่ไม่คุ้นเคยและยังไม่มีทักษะการสื่อสารทางภาษาที่ดีเพียงพอ จึงทำให้นักศึกษาหลายๆท่านไม่ผ่านวิชานี้ จึงขอเสนอให้เปิดอีกหนึ่งวิชาสำหรับคณะศึกษาศาสตร์ คือ วิชาการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน (English Classroom Language) เพื่อเตรียมความพร้อม ให้นักศึกษาทุกคนทั้งเอกภาษาอังกฤาและเอกอื่นๆได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง รองรับ AEC ที่มีความควาดหวังว่า ครูไทยทุกท่านไม่ว่าจะสอนวิชาใดก็ตาม ต้องสามารถสื่อสารและถ่ายทอดเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษได้ดี เพราะต่อไปในอนาคต ในชั้นเรียนของครูทุกท่าน อาจมีนักเรียนจากชาติอื่นๆในประเทศสมาชิกเข้ามานั่งเรียนด้วย นั่นหมายความว่า ภาษาอังกฤษจะต้องเป็นภาษาสื่อกลางและใช้ในชั้นเรียน

5. Confidence ความมั่นใจ-  การยืนสอนหน้าชั้น ที่มีนักเรียนจำนวน 40-50 คน จ้องมองเรา อาจทำให้นิสิตนักศึกษามือใหม่เกิดอาการประหม่า ขาดความมั่นใจ และวิตกกังวลได้ แต่หากนักศึกษาหมั่นฝึกซ้อมสอนหน้าห้องเป็นประจำ พร้อมทั้งนำคำแนะนำของเพื่อนและอ่านอาจารย์ ไปปรับปรุงและพัฒนา ความมั่นใจจะเกิดขึ้นได้และนิสิตนักศึกษาจะมีความพร้อมในการยืนสอนหน้าชั้นจริง

6. Computer ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีในการช่วยสอน  ในศตวรรษที่ 21 เด็กเติบโตมากับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนิสิตนักศึกษาจึงต้องมีความรู้พื้นฐานการใช้โปรแกรมเพื่อการสอน เช่น Word, Excel, Powerpoint ได้เป็นอย่างดีและสามารถใช้สื่อออนไลน์ประกอบการสอนได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียน

7. Classroom Management ทักษะการบริหารห้องเรียน การจัดการชั้นเรียนเป็นสิ่งที่นิสิตนักศึกษาต้องเตรียมพร้อมและทำความคุ้นเคย รวมทั้งฝึกปฏิบัติการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในชั้นหรือระหว่างการสอน ทฤษฏีเป็นเพียงแนวทางในการชี้นำ แต่นิสิตนักศึกษาทุกท่านต้องลองปฏิบัติในหลายๆสถานการณ์ เช่น การควบคุมชั้นในกรณีนักเรียนไม่มีวินัยและไม่มีความเป้นระเบียบ การกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนเมื่อผู้เรียนรู้สึกเบื่อหรือง่วงนอน รวมทั้งการลงโทษและการให้แรงเสริมทางลบ เพื่อลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนบางคนลง

การเขียนบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา CTL3003 ของอ.บงกช แต่ครูโอ๊ตเห็นว่าอาจมีประโยชน์ต่อนิสิตนักศึกษาที่กำลังจะออกไปเป็นครู จึงขอนำมาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อส่งเสริมให้ประเทศมีครูที่มีศักยภาพและคุณภาพมากขึ้น

บทความนี้ไม่มีเจตนากล่าวให้ร้ายหรือมีวัตถุประสงค์ในทางไม่ดีต่อสถานบันใดๆทั้งสิ้นผู้เขียนเขียนจากประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาอย่างสร้างสรรค์

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ชานุกฤต เธียรกัลยา
1 ตุลาคม 2558

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ครูโอ๊ต ชานุกฤต เทรนผู้เข้าประกวด Miss Thailand World 2015 เรื่อง การตอบคำถาม นางงาม

ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา ได้รับเกียรติให้เทรนผู้เข้าประกวด Miss Thailand World 2015 เรื่องการตอบคำถาม ที่ Superstar College of Asia (SCA) น้องๆทั้ง 25 คนตั้งใจและพยายามมากๆครับ ครูโอ๊ตขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน อย่าลืมว่า "งามอย่างมีคุณค่า พัฒนาสังคมไทย" แนวคิดของปีนี้นะครับ

 #ครูโอ๊ต #ชานุกฤต #kruoat #chanukrit #train #mtw #mtw2015 #finalquestion #beauty #pageant #sca
#นางงาม #ตอบคำถาม #sca

ภาพบรรยากาศการเทรน ออกรายการโต๊ะข่าวบันเทิง วันที่ 15 กรกฎาคม 2558
เริ่มที่ 4.38 นาที
Kru Oat is on Channel 3 in the entertainment news called, "โต๊ะข่าวบันเทิง".
Start at 4.38 minutes




















เพิ่มคำอธิบายภาพ

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

ครูโอ๊ต แนะนำหลักสูตร การพัฒนาบุคลิกภาพ (Personality Training) และ การพูดต่อหน้าสาธารณะ (Public Speaking)

div>
ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

วิทยากรด้านบุคลิกภาพ และการสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้บริหาร พรีเซ้นเตอร์ ผู้มากด้วยประสบการณ์
องค์กรที่ให้ความไว้วางใจในการฝึกอบรมด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ

งานมอเตอร์ โชว์: BMW, HONDA, NISSAN,  MG, SUBARU, AIRSTREAM

ครูโอ๊ต

ชานุกฤต เธียรกัลยา
Kruoat.Chanukrit@gmail.com
IG: @KruOat
















การอบรมเชิงปฏิบัติการ "เทคนิคการสอนในศตวรรษที่ 21" รุ่น 3


ครูโอ๊ตได้เข้าร่วมอบรม "เทคนิคการสอนในศตวรรษที่ 21" ที่ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
เป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน ตื่นเต้นไปกับความรู้ใหม่ที่สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน และนำไปพัฒนาครูให้เชื่อมต่อกับนักเรียนรุ่นใหม่ได้ติดอย่างแน่นอน

การอบรมในครั้งนี่มีบรรยากาศที่เป็นกันเอง วิทยากรมีความรู้และความสนุกไปพร้อมๆกัน คุณครูและอาจารย์จากทั่วประเทศ แต่ละท่านมีความตั้งใจและสนุกไปพร้อมๆกัน





วันนี้ครูโอ๊ตขออนุญาตนำสิ่งที่ได้เรียนรู้และกิจกรรมที่ทำในระหว่างอบรมมาโชว์ให้ผู้สนใจนะครับ


การบ้านชิ้นแรก คือ ภาพเสมือนจริง ในโปแกรม CoLAR Mix

ที่ชอบมากที่สุดคือ เทคนิคการทำ infographic  เพราะอยากทำมานานแล้วครับ วันนี้ได้อาจารย์สุชาติ แสนพิช สอนครับ ดีใจมากครับ



ต่อมาครับ ครูโอ๊ตเรียนรู้การทำ Mind Map ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้มากครับ

วันนี้อบรมวันสุดท้ายแล้ว วันนี้ได้เรียนเนื้อหาของการสร้างข้อสอบผ่านแอฟที่สนุกอีกแล้วครับ
และช่วงสุดท้ายกับ การเรียนพื้นฐานการวิจัยที่มีประโยชน์สำหรับครูผู้สอนทุกท่าน

สุดท้าย คือช่วงบรรยากาศของการรับประกาศนียบัตรและถ่ายรูปร่วมกันครับ






ขอบคุณท่านวิทยากรมากๆที่มาให้ความรู้และมุมมองใหม่ๆกับครูโอ๊ตและคุณครูทุกท่าน
เป็นการอบรมที่น่าประทับใจมากๆครับ

ครูโอ๊ต