แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศึกษาศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศึกษาศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บทเรียนจากประสบการณ์การออกฝึกสอน โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

บทเรียนที่ได้จากประสบการณ์การออกฝึกสอน โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา

ภาพความทรงจำที่ดีกับม. 6/2 เบลอ มึน ซ่า แต่น่ารัก

๑.  ไม่มีนักเรียนคนไหนไม่ฉลาด มีแต่นักเรียนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ครูจึงต้องอย่าทิ้งนักเรียนที่ไม่เข้าใจ พยายามอธิบายช้าๆ เป็นขั้นตอน ให้กำลังใจและตอบข้อสงสัยของเขาได้

๒. ก่อนจะเข้าห้องเรียน ความรู้และเนื้อหาในสิ่งที่จะสอนเป็นสิ่งสำคัญ ไม่มีครูคนไหนในโลกนี้รู้ทุกอย่าง แต่ครูสามารถเตรียมบทเรียน ทำความเข้าใจเนื้อหาและคิดวิธีการสอนได้ก่อนเสมอ และอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง

๓.  อย่าคาดหวังว่านักเรียนจะเข้าใจบทเรียนทุกคน บางคนเข้าใจเร็ว บางคนต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ แต่น่าเสียดาย บางคนพอไม่เข้าใจก็เลยไม่พยายาม ครูมักจะบอกให้ลองกลับไปอ่านหลายๆรอบ ลองทำแบบฝึกหัด มันจะดีขึ้นเอง

๔. งานที่ให้เด็กทำ ต้องช่วยให้เด็กเกิดทักษะทางภาษาที่ดีขึ้นทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน หรือรวมหลายทักษะรวมกัน อย่าสั่งให้เด็กวาดรูป ระบายสี ไปก๊อปปี้มาโดยไม่มีจุดหมายของของงานอย่างชัดเจน งานที่ครูสั่งต้องเป็นงานที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็กเอง

๕. เวลาสอน สอนจากง่ายไปยาก ท้าทายความคิดเขา ค่อยๆเพิ่มระดับความยาก อย่าสอนจากยากไปเลย เด็กจะตามไม่ทัน และอย่ากลัวเสียเวลากับการทวนสิ่งง่ายๆที่บางครั้งเด็กๆอาจยังไม่รู้

๖. ครูพยายามจัดกิจกรรมในห้องเรียนให้น่าสนใจ ส่งเสริมทักษะและให้เกิดความสนุกสนานไปพร้อมๆกัน เด็กจะได้เรียนรู้ควบคู่และรักภาษาอังกฤษทีละนิด

๗. เด็กหลังห้อง คือ เด็กหน้าห้องของครู ยิ่งเขาอยู่ไกลจากเรา เราต้องยิ่งใส่ใจเขามากขึ้น เป็นกันเอง ให้ความเมตตา แล้วเขาจะมีสมาธิอยู่กับเรามากขึ้น

๘. เปิดใจรับฟังความเห็นของเด็กนักเรียน ครูไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป และนักเรียนสามารถทำให้เราเรียนรู้มุมมองต่างๆที่อาจไม่เคยคิดมาก่อน ผมมักจะชอบเวลาเด็กถามหรือทักท้วง เพราะเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาได้เริ่มคิดด้วยตัวเขาเอง

๙. การออกข้อสอบ จำไว้เสมอว่า “ให้ออกสิ่งที่สอน สอนอะไรออกสิ่งนั้น” หรือ “content validity (ความเที่ยงตรงของเนื้อหา)ครูต้องสามารถสร้างข้อสอบที่มีคุณภาพเองได้ และข้อสอบนั้นควรวัดความเข้าใจของเนื้อหาที่เรียน เราอาจจะประยุกต์จากข้อสอบอื่นๆ หรืออาจดูเป็นแนวทาง แต่ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนที่เราจะวัดผล ไม่มีประโยชน์เลยถ้าครูสอนในห้องอย่าง แล้วออกข้อสอบอีกอย่าง เด็กจะหมดกำลังใจและไม่เห็นคุณค่าของความพยายาม

๑๐.  ทุกๆ ๕๐ นาทีในห้องเรียนมีความหมายเสมอ แม้ว่าบางครั้งอาจจะไม่มีเวลาสอนเต็มๆ เพราะเด็กต้องเดินเปลี่ยนห้อง แต่ครูต้องใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนมากที่สุด ออกแบบแผนการสอนดีๆเพื่อให้คุ้มค่ากับการได้เจอนักเรียนที่น่ารักทุกคาบ

เป็นกำลังใจให้นิสิต นักศึกษาออกฝึกสอนรุ่นน้องๆนะครับ
ครูโอ๊ต
รวมพลช่วงติวก่อนสอบ มากันเยอะขนาดนี้ ครูสอนสุดฝีมือ 
ลูกๆม. 6/5 ขยันตอบ ชอบถาม มารยาทงาม ตามงานทัน
ช่วงประสบการณ์ที่ดีในการออกฝึกสอน และเป็นครูที่ดีของนักเรียนรร. ปากเกร็ด
ลูกๆ ม. 6/8 แสบทรวง ต่อรอง ร้องขอ รองาน แต่พยายามนะ จุ๊ฟๆ
เด็กๆม. 6/1 ห้องเก่ง เพ็งกระดาน งานครบ จบเกรดสวย 5555





วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สิ่งที่นิสิตนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ต้องเตรียมพร้อมเพื่อการเป็นครูที่ดีในอนาคต


การสร้างสมรรถนะความเป็นครูของนิสิต นักศึกษาในคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปเป็นครูฝึกสอน (Pre-service teacher competencies) ให้แข็งแกร่งนั้น นักศึกษาควรเตรียมพร้อมตัวเองให้มีความเป็นเลิศทั้ง 7Cs ได้แก่;

1. Content เนื้อหาที่เรียน- นักศึกษาควรมีความรู้ (Knowledge) ในเรื่องที่จะสอนได้เป็นอย่างดี และต้องรู้ในระดับที่เข้าใจ สามารถยกตัวอย่างประกอบได้ถูกต้อง เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ สามารถแยกแยะระดับความยากง่ายของแต่ละเนื้อหา รวมทั้งเข้าใจแนวคิด ทฤษฏี ความคิดรวบยอด กรอบการศึกษาและสามารถนำผลการวิจัยในประยุกต์ใช้ในห้องเรียนได้

2. Curriculum Design นอกจากนักศึกษาต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องความรู้แล้ว การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนให้เหมาะสม เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ นักศึกษาควรคุ้นเคยกับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่มีเวลาจำกัดแค่ 50 นาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน นักศึกษาต้องเรียงลำดับการสอน อย่างมีระเบียบและเป็นขั้นตอน การเตรียม lesson plan หรือแผนการสอนทั้งในรายวิชา รายชั่วโมงโดยแบ่งส่วนเนื้อหาได้เหมาะสมตลอดทั้งเทอม และสามารถจัดกิจกรรม ที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Learner-centered) ได้อย่างสร้างสรรค์ 

3. Creativity ความคิดสร้างสรรค์- นักศึกษาบางครั้งยังติดกับกรอบรูปแบบหรือ กระบวน การสอนแบบเดิมๆที่คุ้นเคย ทำให้เทคนิคการสอนขาดความน่าสนใจ ส่งผลให้นักเรียนเกิดเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาที่นักศึกษาต้องออกฝึกสอน ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์ทั้งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ตลอดจนการถ่ายทอด ออกมาอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นทักษะที่นิสิตนักศึกษาควรเตรียมพร้อมก่อนออกฝึกสอนจริง


4. Communication ทักษะการสื่อสาร - สิ่งหนึ่งที่นักศึกษาขาดคือ ทักษะการถ่ายทอดเนื้อหาหรือการสอนให้นักเรียนเข้าใจโดยเฉพาะเอกภาษาอังกฤษ ที่นักศึกษาต้องมีทักษะการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษตลอดทั้งชั่วโมงสอน นักศึกษาควรต้องฝึกฝนอย่างมากในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษให้นักเรียนเข้าใจ รู้จักการตั้งคำถาม การให้แรงเสริม การแก้จุดบกพร่องหรือจุดผิดของนักเรียนรวมทั้ง การอธิบายเนื้อหาที่สอนเป็น ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ที่คณะศึกษาศาสตร์ รามคำแหงเอกภาษาอังกฤษนั้น ยังมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลักอยู่ แต่เมื่อถึงวิชาพฤติกรรมการสอน 1 นักศึกษาต้องออกมาฝึกสอนหน้าชั้นเป้นภาษาอังกฤษทั้งหมด นักศึกษาส่วนให่ไม่คุ้นเคยและยังไม่มีทักษะการสื่อสารทางภาษาที่ดีเพียงพอ จึงทำให้นักศึกษาหลายๆท่านไม่ผ่านวิชานี้ จึงขอเสนอให้เปิดอีกหนึ่งวิชาสำหรับคณะศึกษาศาสตร์ คือ วิชาการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน (English Classroom Language) เพื่อเตรียมความพร้อม ให้นักศึกษาทุกคนทั้งเอกภาษาอังกฤาและเอกอื่นๆได้ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนได้อย่างมั่นใจและถูกต้อง รองรับ AEC ที่มีความควาดหวังว่า ครูไทยทุกท่านไม่ว่าจะสอนวิชาใดก็ตาม ต้องสามารถสื่อสารและถ่ายทอดเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษได้ดี เพราะต่อไปในอนาคต ในชั้นเรียนของครูทุกท่าน อาจมีนักเรียนจากชาติอื่นๆในประเทศสมาชิกเข้ามานั่งเรียนด้วย นั่นหมายความว่า ภาษาอังกฤษจะต้องเป็นภาษาสื่อกลางและใช้ในชั้นเรียน

5. Confidence ความมั่นใจ-  การยืนสอนหน้าชั้น ที่มีนักเรียนจำนวน 40-50 คน จ้องมองเรา อาจทำให้นิสิตนักศึกษามือใหม่เกิดอาการประหม่า ขาดความมั่นใจ และวิตกกังวลได้ แต่หากนักศึกษาหมั่นฝึกซ้อมสอนหน้าห้องเป็นประจำ พร้อมทั้งนำคำแนะนำของเพื่อนและอ่านอาจารย์ ไปปรับปรุงและพัฒนา ความมั่นใจจะเกิดขึ้นได้และนิสิตนักศึกษาจะมีความพร้อมในการยืนสอนหน้าชั้นจริง

6. Computer ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีในการช่วยสอน  ในศตวรรษที่ 21 เด็กเติบโตมากับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนิสิตนักศึกษาจึงต้องมีความรู้พื้นฐานการใช้โปรแกรมเพื่อการสอน เช่น Word, Excel, Powerpoint ได้เป็นอย่างดีและสามารถใช้สื่อออนไลน์ประกอบการสอนได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียน

7. Classroom Management ทักษะการบริหารห้องเรียน การจัดการชั้นเรียนเป็นสิ่งที่นิสิตนักศึกษาต้องเตรียมพร้อมและทำความคุ้นเคย รวมทั้งฝึกปฏิบัติการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในชั้นหรือระหว่างการสอน ทฤษฏีเป็นเพียงแนวทางในการชี้นำ แต่นิสิตนักศึกษาทุกท่านต้องลองปฏิบัติในหลายๆสถานการณ์ เช่น การควบคุมชั้นในกรณีนักเรียนไม่มีวินัยและไม่มีความเป้นระเบียบ การกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนเมื่อผู้เรียนรู้สึกเบื่อหรือง่วงนอน รวมทั้งการลงโทษและการให้แรงเสริมทางลบ เพื่อลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียนบางคนลง

การเขียนบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา CTL3003 ของอ.บงกช แต่ครูโอ๊ตเห็นว่าอาจมีประโยชน์ต่อนิสิตนักศึกษาที่กำลังจะออกไปเป็นครู จึงขอนำมาเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อส่งเสริมให้ประเทศมีครูที่มีศักยภาพและคุณภาพมากขึ้น

บทความนี้ไม่มีเจตนากล่าวให้ร้ายหรือมีวัตถุประสงค์ในทางไม่ดีต่อสถานบันใดๆทั้งสิ้นผู้เขียนเขียนจากประสบการณ์และแสดงความคิดเห็นเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาอย่างสร้างสรรค์

ด้วยความเคารพอย่างสูง
ชานุกฤต เธียรกัลยา
1 ตุลาคม 2558