แงๆ วันนี้ ตื่นเช้ามาแล้ว ครูโอ๊ตเป็นร้อนใน หลังจากไม่ได้พักผ่อนเพราะทำงานติดกันเป็นเวลา 1 อาทิตย์เต็มๆ เลยสงสัยว่า ว่าเจ้าแผลร้อนในนี้ พูดเป็น ภาษาอังกฤษว่าอะไร
แผลร้อนใน เราใช้ภาษาอังกฤษ ว่า Cold Sore ( โคลดฺ ซอลลฺ) หรือบางครั้งเรียกว่า fever blisters
Cold Sores are groups of small blisters on the lip and around the mouth. The skin around the blisters is often red, swollen, and sore. The blisters may break open, leak a clear fluid, and then scab over after a few days. They usually heal in several days to 2 weeks.
Source: http://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/tc/cold-sores-topic-overview
ถ้าเราจะบอกว่า เราเป็นร้อนใน เราพูดว่า "I have a cold sore."
นานๆเป็นทีนะครับ ด้วยความอยากรู้อยู่แล้วว่าเกิดจากอะไร เลยไปลองศึกษาค้นคว้าดู พบว่า
สาเหตุของอาการแผลร้อนใน ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ที่พบมากๆคือ เกิดจาก
1. พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย (Not getting enough sleep)
2. ความเครียด (Stress)
3. เหนื่อยมาก แบบทำงานหามรุ่งหามค่ำ (Fatigue อ่านว่า ฟะ ทีคคฺ)
วิธีการรักษาหรือ กำจัด (Get rid of) เจ้าอาการร้อนใน ทำได้ง่ายๆดังนี้ครับ
เอาง่ายๆนะ นอนหลับให้เพียงพอ ไม่เครียด ล้างปากบ่อยๆ อย่าไปแตะแผล ดื่มน้ำเยอะๆนะครับ
ถ้าใครที่เป้นร้อนในเหมือนครูโอ๊ต ขอให้หายเร็วๆนะจ๊ะ
จาก ครูโอ๊ต คร้าบ :)
วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557
Kru Oat (Chanukrit Thienkalaya): Recent Gigs with Herbalife Extravaganza (Singapore) and AWTU 2014 (Macau)
Kru Oat is well-known for
his skill in working with non-dancers.
With his excellent English, positive attitude, encouraging manner, and
focus on fun, he has the rare ability to make them feel confident, while achieving
impressive results. Just this year alone,
HerbaLife engaged Kru Oat to choreograph two dance shows for a total of 45
non-dancers for their Extravaganza in Singapore in May 2014. Kru Oat was so successful in preparing the
non-dancers for their show that HerbaLife immediately invited him back to do
another show with over 35 participants for their regional conference, Active World Team University (AWTU) in Macau
in September 2014.
"I am so happy to see such a great group of Herbalife distributors coming together and putting fantastic show for the audiences", said Kru Oat.
"When I believe in my students, the magic always happen." Kru Oat confirms.
Thank you Herbalife for giving me such a good opportunity to be part of your successful event. See you soon in Thailand!
Kru Oat
Chanukrit Thienkalaya
Show Director, Choreographer, Dance Teacher
DancerOat@hotmail.com
085-798-1881
Click here for Reference
วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557
ผลการโหวต Scotland ขอแยกประเทศจากเมืองผู้ดีอังกฤษ โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
ลุ้นกันใจจดใจจ่อ การผลคะแนนประชามติว่า จะให้ประเทศสก๊อตแลนด์ แยกประเทศออกจากประเทศอังกฤษ ออกมาเป็นเอกเทศหรือไม่ หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษมากว่า 307 ปี
แหล่งข้อมูลข่าว: www.foxnews.com
http://www.foxnews.com/world/2014/09/19/scotland-independence-referendum-837898067/
เจอคำศัพท์น่าสนใจ เลยต้องนำมาให้นักเรียนได้รู้กัน จะได้ไม่ตกข่าวนะครับ
อีกทั้ง คุณครูและอาจารย์ อาจจะนำข่าวสาร เหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจออกข้อสอบด้วย
ดังนั้น เราควรเตรียมพร้อมกันให้มากๆ
เริ่มจาก KEYWORD ของข่าวนี้เลย
Referendum (N.) = การลงประชามติ หรือ คะแนนเสียงชี้ขาดจากคำตัดสินของประชาชน
อ่านแบบแยกเป็นคำๆ Line breaks: ref¦er|en¦dum เรฟ เฟอะ เร็น ดัม
ตัว phonetic /ˌrɛfəˈrɛndəm/
(Source: Oxford Dictionaries Online)
Reject (V.) = Deny ปฏิเสธ
Independence (N.) = ไม่ขึ้นอยู่กับใคร ความเป็นอิสระ เอกเทศ
Historic (Adj.), /hɪˈstɒrɪk/ = Famous or important in history, or potentially so.
เหตุการร์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
Vote (N.) = การโหวต ถ้าเป็น กิริยา แปลว่า โหวต ออกเสียง
ไหน รู้คำศัพท์แล้ว ลองบอกครูโอ๊ตสิครับ ว่า ข่าวนี้ พูดว่าอะไร
ครูโอ๊ต :)
เจอคำศัพท์น่าสนใจ เลยต้องนำมาให้นักเรียนได้รู้กัน จะได้ไม่ตกข่าวนะครับ
อีกทั้ง คุณครูและอาจารย์ อาจจะนำข่าวสาร เหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่สนใจออกข้อสอบด้วย
ดังนั้น เราควรเตรียมพร้อมกันให้มากๆ
เริ่มจาก KEYWORD ของข่าวนี้เลย
Referendum (N.) = การลงประชามติ หรือ คะแนนเสียงชี้ขาดจากคำตัดสินของประชาชน
อ่านแบบแยกเป็นคำๆ Line breaks: ref¦er|en¦dum เรฟ เฟอะ เร็น ดัม
ตัว phonetic /ˌrɛfəˈrɛndəm/
(Source: Oxford Dictionaries Online)
Reject (V.) = Deny ปฏิเสธ
Independence (N.) = ไม่ขึ้นอยู่กับใคร ความเป็นอิสระ เอกเทศ
Historic (Adj.), /hɪˈstɒrɪk/ = Famous or important in history, or potentially so.
เหตุการร์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
Vote (N.) = การโหวต ถ้าเป็น กิริยา แปลว่า โหวต ออกเสียง
ไหน รู้คำศัพท์แล้ว ลองบอกครูโอ๊ตสิครับ ว่า ข่าวนี้ พูดว่าอะไร
ครูโอ๊ต :)
วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557
What I learned from the Into East Asia Conference in Siem Reap - Kru Oat เรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษจากการประชุมนานาชาติ ครูโอ๊ต
ครูโอ๊ตได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปเป็นพิธีกร (อังกฤษ) ในการประชุมนานาชาติ Into East Asia Conference 2014 ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา
ครูโอ๊ตได้เรียนรู้อะไรมากมายในวงการศึกษา โดยเฉพาะเด็กๆที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ
แต่ในบล๊อคนี้ ครูโอ๊ตอยากเน้น สำนวนของเจ้าของภาษา ที่เขาใช้จริงๆในการนำเสนอมหาวิทยาลัยของตัวเอง
ครูเห็นว่ามีหลายๆสำนวน วลี และประโยคที่น่าสนใจ จึงรวมรวมมาฝากนักเรียนกัน
"We meet both of the worlds." - เราเจอโลกของทั้งสองอย่างนี้ (ในที่นี้ พูดถึง เมืองที่ มีทั้งภูเขา ธรรมชาติที่สวยงาม และเมืองที่มีแหล่งช๊อปปิ้งมากมาย)
"I want students to think for themselves, solve the problems for themselves, and stand on their own feet" - Dr. Sharon Sundue, Harvard University Alumni, Into East Asia Conference
Stand on their own feet = ยืน (หยัด)ได้ด้วยตัวเอง
"there're not a lot of options available." - ไม่ค่อยมีทางเลือกมากเท่าไหร่
"There are great opportunity for your students to tap into." - tap into = ได้ลองใช้มัน (ในประโยคนี้)
tap into = to manage to use something in a way that brings good results.
หมายถึง การใช้ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยว่าจะเกิดประโยชน์จากการใช้มัน
(Cambridge Universities Online)
"making the most of something." =ใช้ ___ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
ครูโอ๊ตได้เรียนรู้อะไรมากมายในวงการศึกษา โดยเฉพาะเด็กๆที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ
แต่ในบล๊อคนี้ ครูโอ๊ตอยากเน้น สำนวนของเจ้าของภาษา ที่เขาใช้จริงๆในการนำเสนอมหาวิทยาลัยของตัวเอง
ครูเห็นว่ามีหลายๆสำนวน วลี และประโยคที่น่าสนใจ จึงรวมรวมมาฝากนักเรียนกัน
"We meet both of the worlds." - เราเจอโลกของทั้งสองอย่างนี้ (ในที่นี้ พูดถึง เมืองที่ มีทั้งภูเขา ธรรมชาติที่สวยงาม และเมืองที่มีแหล่งช๊อปปิ้งมากมาย)
"I want students to think for themselves, solve the problems for themselves, and stand on their own feet" - Dr. Sharon Sundue, Harvard University Alumni, Into East Asia Conference
Stand on their own feet = ยืน (หยัด)ได้ด้วยตัวเอง
"there're not a lot of options available." - ไม่ค่อยมีทางเลือกมากเท่าไหร่
"There are great opportunity for your students to tap into." - tap into = ได้ลองใช้มัน (ในประโยคนี้)
tap into = to manage to use something in a way that brings good results.
หมายถึง การใช้ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยว่าจะเกิดประโยชน์จากการใช้มัน
(Cambridge Universities Online)
"making the most of something." =ใช้ ___ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557
Phonics and Pronunciation Training for ESL Teachers คอร์สการเรียนรู้เรื่องโฟนิคและการออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับ ครูสอนภาษาอังกฤษ
สวัสดีครับคุณครู และผู้ที่สนใจทุกท่าน
ครูโอ๊ต ได้รับ request มากมายเกี่ยวกับการทำอย่างไรให้ออกเสียงภาษาอังกฤษ (pronunciation) ได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา และวิธีการสอนโฟนิค (ระบบที่ช่วยให้ผู้เรียนอ่านออกเสียงและสะกดคำภาษาอังกฤษ ได้ถูกต้องและรวดเร็วขึ้น) ซึ่งทั้งสองวิธีนี้เป็นเคล็ดลับที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถออกเสียงภาษาอังกฤษได้ดีเหมือนฝรั่ง และลด accent ได้ดีที่สุด
ครูโอ๊ตและครูบรู๊ซ เลยตั้งใจจัดคอร์ส เทรนนิ่ง อบรม สัมมนา หัวข้อ Phonics and Pronunciation Training for ESL Teachers ขึ้นมาเพื่อให้คุณครูและอาจารย์ ที่กำลังสอนภาษาอังกฤษ สามารถนำไปสอนกับนักเรียนของท่านได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ ครูโอ๊ตยังเปิดอบรมสำหรับองค์กร พนักงาน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง และระบบโฟนิคที่จะทำให้คุณมั่นใจเวลาอ่านคำใหม่ และอ่านภาษาอังกฤษ รวมทั้งสะกดคำภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นจำและมีหลักการมากขึ้น
สนใจให้ครูโอ๊ตและครูบรู๊ซ อบรมที่โรงเรียนของท่าน หรือ องค์กรของท่าน
โปรดอีเมล์ติดต่อ มาที่ Chanukrit@hotmail.com หรือ 085-798-1881
Facebook: ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
Instagram: IG @KruOat
Services: รับอบรมคอร์สภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, จัดแคมป์ภาษาอังกฤษ, สอน O-Net ม. 6 ทั่วประเทศไทย, เทรนนิ่งในหัวข้อที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษทุกรูปแบบ, สอน English Conversation, ทั้งกลุ่มและเดี่ยว, Home School, Learn English through Drama (Kru Kim, Kru Eve and Kru Oat)
PHONICS TRAINING FOR TEACHERS
An ESL Workshop
DESCRIPTION
SCHEDULE
COURSE CONTENT
DAY ONE
DAY TWO
การอบรม สอนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
COURSE FEE
ภาพบรรยากาศ การติว โอเน็ท (O-Net 57) มากกว่า 120 โรงเรียนทั่วกรุงเทพ อาทิ โรงเรียนสวนกุหลาบ, โรงเรียนเทพศิรินทร์, โรงเรียนสตรีวิทยา 2, โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, โรงเรียนเซ็นฟรัง, และโรงเรียนอื่นๆอีกมากมาย
ครูโอ๊ต ได้รับ request มากมายเกี่ยวกับการทำอย่างไรให้ออกเสียงภาษาอังกฤษ (pronunciation) ได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา และวิธีการสอนโฟนิค (ระบบที่ช่วยให้ผู้เรียนอ่านออกเสียงและสะกดคำภาษาอังกฤษ ได้ถูกต้องและรวดเร็วขึ้น) ซึ่งทั้งสองวิธีนี้เป็นเคล็ดลับที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถออกเสียงภาษาอังกฤษได้ดีเหมือนฝรั่ง และลด accent ได้ดีที่สุด
ครูโอ๊ตและครูบรู๊ซ เลยตั้งใจจัดคอร์ส เทรนนิ่ง อบรม สัมมนา หัวข้อ Phonics and Pronunciation Training for ESL Teachers ขึ้นมาเพื่อให้คุณครูและอาจารย์ ที่กำลังสอนภาษาอังกฤษ สามารถนำไปสอนกับนักเรียนของท่านได้อย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ ครูโอ๊ตยังเปิดอบรมสำหรับองค์กร พนักงาน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง และระบบโฟนิคที่จะทำให้คุณมั่นใจเวลาอ่านคำใหม่ และอ่านภาษาอังกฤษ รวมทั้งสะกดคำภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นจำและมีหลักการมากขึ้น
สนใจให้ครูโอ๊ตและครูบรู๊ซ อบรมที่โรงเรียนของท่าน หรือ องค์กรของท่าน
โปรดอีเมล์ติดต่อ มาที่ Chanukrit@hotmail.com หรือ 085-798-1881
Facebook: ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
Instagram: IG @KruOat
Services: รับอบรมคอร์สภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร, จัดแคมป์ภาษาอังกฤษ, สอน O-Net ม. 6 ทั่วประเทศไทย, เทรนนิ่งในหัวข้อที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษทุกรูปแบบ, สอน English Conversation, ทั้งกลุ่มและเดี่ยว, Home School, Learn English through Drama (Kru Kim, Kru Eve and Kru Oat)
PHONICS TRAINING FOR TEACHERS
An ESL Workshop
by
Chanukrit Thienkalaya
(Kru Oat)
&
Bruce Wright
(Kru Bruce)
Prepared for
_______________________________________
Friday, August 8,
2014
Bangkok
DESCRIPTION
This is a 2-day ESL workshop for Thai teachers of English
that focuses on phonics, pronunciation, and teaching pronunciation in the
classroom.
SCHEDULE
Duration 2 days
Total Hours 12 hours
Schedule 9:00 –
4:00
COURSE CONTENT
DAY ONE
Phonics & Pronunciation
9:00 Articulation of
the Lips, Tongue, and Mouth Kru Oat
10:00 The
International Phonetic Alphabet (IPA) Kru
Oat & Kru Bruce
11:00 Phonics Kru
Oat & Kru Bruce
12:00 Lunch
1:00 Problem Sounds
for Thais Kru
Bruce
2:00 Phonics Games
for the Classroom Kru
Oat
3:00 Incorporating
Pronunciation into Lessons Kru Oat
& Kru Bruce
DAY TWO
Intonation & Meaning
9:00 Word Stress
& Its Importance Kru
Bruce
10:00 Intonation &
Meaning Kru
Oat & Kru Bruce
11:00 Putting It All
Together Kru
Oat & Kru Bruce
12:00 Lunch
1:00 Teaching
Phonics to Children Kru
Oat
2:30 Pronunciation
through Short Dramas Kru
Oat & Kru Bruce
3:00 Q & A and
Feedback Kru
Oat & Kru Bruce
COURSE FEE
PLEASE CONTACT KRU OAT FOR A QUOTE. 085-798-1881
*Not including travel & hotel, if outside Bangkok.
ภาพบรรยากาศ การติว โอเน็ท (O-Net 57) มากกว่า 120 โรงเรียนทั่วกรุงเทพ อาทิ โรงเรียนสวนกุหลาบ, โรงเรียนเทพศิรินทร์, โรงเรียนสตรีวิทยา 2, โรงเรียนสายน้ำผึ้ง, โรงเรียนเซ็นฟรัง, และโรงเรียนอื่นๆอีกมากมาย
วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
years old or year old สรุป มี -s หลัง years old ไหมคะในภาษาอังกฤษ โดย ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
วันนี้ มีคำถามจากเพื่อนครูโอ๊ตเองครับ ถามว่า เราใช้ years old หรือ year old กันแน่เวลาเราพูดถึงอายุ
คำตอบ ใช้ years old ครับ ในกรณีที่เราต้องการแนะนำตัวเอง และ years เป็นคำนาม เมื่อมีมากกว่า 1 จึงต้องเติม -s ลงไป แล้วเอา old ที่เป็นคำ adjective มาขยายตามหลัง
เช่น I'm 18 years old. ฉันอายุ 18 อันนี้ถือว่าถูกหลักแกรมม่ามากที่สุด
แต่เวลาพูดกันจริง ฝรั่งไม่พูดคำว่า years old ครับ ส่วนใหญ่พูดแต่ ตัวเลขเฉยๆ เช่น I'm 18.
(ก็เป็นอันรู้กันว่า อายุ 18 ปี)
สิ่งที่ต้องควรจำคือ years old นี้มาติดกันตลอด ห้ามลืมคำในคำหนึ่งไปนะจ๊ะ เช่น
I'm 18 years ---> ผิดเลยครับ
หรือ I'm 18 old ----> อันนี้ผิดแบบน่ากลัวมากครับ
ที่ถูกคือ I'm 18 years old. หรือ He is 20 years old. หรือ They are 17 years old. ได้เช่นกัน
แกรมม่าในเรื่องนี้ เราเรียกว่า Expression of Measurement สำนวนการพูดถึงมาตราวัด ระยะทางและ สัดส่วนนั่นเอง
เรื่องที่น่าแปลก ก็คือ สำนวนประเภทนี้ จะนำเอา adjective (คำคุณศัพท์) มาไว้ข้างหลัง noun
เช่น 30 years old (Years เป็นคำนาม เมื่อมีมากกว่า 1 จึงต้องเติม -s แล้วนำ old ซึ่งเป็น adjective มาต่อหลังขยายคำนาม years ว่า แก่)
หรือ three feet tall (สูง 3 ฟุต) --> สังเกตให้ดีว่า feet นี้เป็น plural ของ foot ที่เป็นหน่วยมาตรวัดความยาว แล้วนำ tall มาไว้ข้างหลัง
five kilometres long ระยะทางไกลประมาณ 5 กิโลเมตร
ten meters high ความสูง 10 เมตร
twenty feet deep ลึก 20 ฟุต
เวลาแปล ก็แปลตัว adjective ด้านหลังก่อน แล้วตามด้วยตัวเลข แล้วค่อยหน่วยวัด
แต่ แต่ แต่ แต่ เพื่อนครูโอ๊ตถามต่ออีกว่า ......เคยเห็น คนอื่นให้ใช้ 18 year old แบบนี้นะค่ะ
ครูโอ๊ตขอบอกว่า จริงๆแล้ว มันอาจจะอยู่ในรูปเอกพจน์ โดยที่ไม่ต้องเติม -s ได้เหมือนกัน ถ้า (ฟังดีๆนะ ตรงนี้สำคัญครับ)
1. ก่อนที่พูดถึงนั้น ทำหน้าที่เป็น adjective ที่ขยายคำนามตัวใดตัวหนึ่ง และ
2. เวลาเขียนต้องมีเครื่องหมาย hyphen (-) มาเชื่อมก้อนนันให้อยู่ติดกันเป็นก้อนเดียวกันเสมอ
ดังนั้น รูปแบบการเขียนที่ถูกต้อง คือ a 18-year-old boy ถ้าเด็กๆสังเกตดีๆ ครูโอ๊ตมีอะไรเพิ่มเติมมาครับ?
เฉลย: a ........ boy ใช่ไหม และ ครูโอ๊ต เติม เครื่องหมาย (- hyphen) เข้าไปให้คำนามนั้นอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้น 18-year-old จึงทำหน้าที่ ในที่นี้เป็น คำคุณศัพท์ หรือ adjective ขยาย คำนาม คือ boy
เมื่อ 18-year-old นี้ ทำหน้าที่เป็น adjective และ adjective ไม่เคยมีอยู่ในรูปพหูพจน์ เราจึงตัด -s ออกไป เหลือเฉพาะ คำนามเอกพจน์ เท่านั้น
ตัวอย่าง อื่นๆ เช่น
a three-foot-tall tree. = A tree is three feet tall. หรือ ต้นไม้สูง 10 ฟุต นั่นเอง (สังเกตว่า พอมันอยู่เป็นก้อน ทำหน้าที่เป็น adjective แล้ว เราต้องตบ feet ให้กลับมาเป็น foot เหมือนเดิมครับ)
สรุปง่ายๆ คือ สำนวนที่บอกระยะทาง มาตราวัดระยะ มาตราวัดความยาว ที่ทำหน้าที่เป็น คำนาม
เติม -s ได้ เมื่อมีมากกว่า 1 หน่วย และนำ คำ adjective ที่เป็นการบ่งบอกถึงระยะ และสัดส่วนนั้นมาไว้ข้างหลัง
แต่ถ้า เราต้องการทำให้เป็น adjective ต้องเติมเครื่องหมาย hyphen (-) คั่นไว้ทุกคำ เพื่อให้รู้ว่า มันเป็นก้อนเดียวกัน ทำหน้าที่ขยายคำนามที่ต่อท้าย ก้อน นั้นอยู่
หวังว่า เด็กๆ จะนำไปใช้ได้ถูกต้องนะครับ
จาก ครุโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
คำตอบ ใช้ years old ครับ ในกรณีที่เราต้องการแนะนำตัวเอง และ years เป็นคำนาม เมื่อมีมากกว่า 1 จึงต้องเติม -s ลงไป แล้วเอา old ที่เป็นคำ adjective มาขยายตามหลัง
เช่น I'm 18 years old. ฉันอายุ 18 อันนี้ถือว่าถูกหลักแกรมม่ามากที่สุด
แต่เวลาพูดกันจริง ฝรั่งไม่พูดคำว่า years old ครับ ส่วนใหญ่พูดแต่ ตัวเลขเฉยๆ เช่น I'm 18.
(ก็เป็นอันรู้กันว่า อายุ 18 ปี)
สิ่งที่ต้องควรจำคือ years old นี้มาติดกันตลอด ห้ามลืมคำในคำหนึ่งไปนะจ๊ะ เช่น
I'm 18 years ---> ผิดเลยครับ
หรือ I'm 18 old ----> อันนี้ผิดแบบน่ากลัวมากครับ
ที่ถูกคือ I'm 18 years old. หรือ He is 20 years old. หรือ They are 17 years old. ได้เช่นกัน
แกรมม่าในเรื่องนี้ เราเรียกว่า Expression of Measurement สำนวนการพูดถึงมาตราวัด ระยะทางและ สัดส่วนนั่นเอง
เรื่องที่น่าแปลก ก็คือ สำนวนประเภทนี้ จะนำเอา adjective (คำคุณศัพท์) มาไว้ข้างหลัง noun
เช่น 30 years old (Years เป็นคำนาม เมื่อมีมากกว่า 1 จึงต้องเติม -s แล้วนำ old ซึ่งเป็น adjective มาต่อหลังขยายคำนาม years ว่า แก่)
หรือ three feet tall (สูง 3 ฟุต) --> สังเกตให้ดีว่า feet นี้เป็น plural ของ foot ที่เป็นหน่วยมาตรวัดความยาว แล้วนำ tall มาไว้ข้างหลัง
five kilometres long ระยะทางไกลประมาณ 5 กิโลเมตร
ten meters high ความสูง 10 เมตร
twenty feet deep ลึก 20 ฟุต
เวลาแปล ก็แปลตัว adjective ด้านหลังก่อน แล้วตามด้วยตัวเลข แล้วค่อยหน่วยวัด
แต่ แต่ แต่ แต่ เพื่อนครูโอ๊ตถามต่ออีกว่า ......เคยเห็น คนอื่นให้ใช้ 18 year old แบบนี้นะค่ะ
ครูโอ๊ตขอบอกว่า จริงๆแล้ว มันอาจจะอยู่ในรูปเอกพจน์ โดยที่ไม่ต้องเติม -s ได้เหมือนกัน ถ้า (ฟังดีๆนะ ตรงนี้สำคัญครับ)
1. ก่อนที่พูดถึงนั้น ทำหน้าที่เป็น adjective ที่ขยายคำนามตัวใดตัวหนึ่ง และ
2. เวลาเขียนต้องมีเครื่องหมาย hyphen (-) มาเชื่อมก้อนนันให้อยู่ติดกันเป็นก้อนเดียวกันเสมอ
ดังนั้น รูปแบบการเขียนที่ถูกต้อง คือ a 18-year-old boy ถ้าเด็กๆสังเกตดีๆ ครูโอ๊ตมีอะไรเพิ่มเติมมาครับ?
เฉลย: a ........ boy ใช่ไหม และ ครูโอ๊ต เติม เครื่องหมาย (- hyphen) เข้าไปให้คำนามนั้นอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้น 18-year-old จึงทำหน้าที่ ในที่นี้เป็น คำคุณศัพท์ หรือ adjective ขยาย คำนาม คือ boy
เมื่อ 18-year-old นี้ ทำหน้าที่เป็น adjective และ adjective ไม่เคยมีอยู่ในรูปพหูพจน์ เราจึงตัด -s ออกไป เหลือเฉพาะ คำนามเอกพจน์ เท่านั้น
ตัวอย่าง อื่นๆ เช่น
a three-foot-tall tree. = A tree is three feet tall. หรือ ต้นไม้สูง 10 ฟุต นั่นเอง (สังเกตว่า พอมันอยู่เป็นก้อน ทำหน้าที่เป็น adjective แล้ว เราต้องตบ feet ให้กลับมาเป็น foot เหมือนเดิมครับ)
สรุปง่ายๆ คือ สำนวนที่บอกระยะทาง มาตราวัดระยะ มาตราวัดความยาว ที่ทำหน้าที่เป็น คำนาม
เติม -s ได้ เมื่อมีมากกว่า 1 หน่วย และนำ คำ adjective ที่เป็นการบ่งบอกถึงระยะ และสัดส่วนนั้นมาไว้ข้างหลัง
แต่ถ้า เราต้องการทำให้เป็น adjective ต้องเติมเครื่องหมาย hyphen (-) คั่นไว้ทุกคำ เพื่อให้รู้ว่า มันเป็นก้อนเดียวกัน ทำหน้าที่ขยายคำนามที่ต่อท้าย ก้อน นั้นอยู่
หวังว่า เด็กๆ จะนำไปใช้ได้ถูกต้องนะครับ
จาก ครุโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





















